โทรติดต่อ:
ดร.
ปัทนภา
ศรีชมเชย

ดร.ปัทนภา ศรีชมเชย เริ่มต้นจากนักเทคนิคการแพทย์สู่นักกำหนดอาหารวิชาชีพที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาตนเอง ต่อยอดในการพัฒนาองค์ความรู้สู่การแพทย์บูรณาการ และใช้หลักการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย ในระดับบริหารขององค์กรและสมาคมวิชาชีพ รวมถึงสมาคมและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นสนับสนุนการพัฒนางานด้านวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ เริ่มต้นบุกเบิกงานด้านโภชนาการเอดส์ในประเทศไทยในตำแหน่งนักกำหนดอาหารและวิจัย ผ่านการทำงานในศูนย์ความร่วมมือไทย-ออสเตรเลียด้านโภชนาการเอดส์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในงานด้านการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้ามาพัฒนาระบบงานด้านโภชนาการและการกำหนดอาหารในรพ.เทพธารินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ไม่เพียงแต่ให้การรักษาโรค แต่ยังมุ่งเน้นการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ อย่างแข็งขัน ทั้งยังสนับสนุนให้คนในองค์กรมีจิตสาธารณะเข้าร่วมทำงาน ในส่วนของสมาคมวิชาชีพต่างๆ เพื่อร่วมสร้างมาตรฐานในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของคนไทย รวมทั้งส่งเสริมการศึกษาวิจัย พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.นพ.
ตุลวรรธน์
พัชราภา

ดร.นพ. ตุลวรรธน์ พัชราภา เป็นผู้มีผลงานโดดเด่นด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาล ในการให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรให้เสมือนเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดและรักษาบุคลากรเก่งที่มีศักยภาพโดดเด่นให้เป็นกำลังสำคัญหลักในการขับเคลื่อนให้เติบโตไปด้วยกันกับองค์กร พร้อมสร้างโอกาสทางความคิด การสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับการทำงาน เพื่อให้การปฏิบัติติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างแรงผลักดันแก่พนักงานอย่างเหมาะสม เพื่อส่งมอบการบริการแก่ผู้เข้ารับการรักษาอย่างดีที่สุด โดยได้รับการยอมรับจากองค์กร Healthcare Information and Management Systems Society (HIMSS) ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา อีกทั้งยังได้รับเชิญเป็นผู้บรรยายพิเศษในการประชุมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น งาน Hospital Management Asia 2019 ประเทศเวียดนาม, งาน QlikWorld Tour 2022 ประเทศสิงคโปร์, และงาน Healthcare Asia Summit 2023 ประเทศสิงคโปร์เป็นต้น ผลงานตีพิมพ์ของดร.นพ. ตุลวรรธน์ เรื่อง Knowledge acquisition: the roles of perceived value of knowledge content and source ใน Journal of knowledge management, 16(5) ซึ่งเป็น Journal indexed in SJR Q1 ได้ถูกนำไปอ้างอิงกว่า 135 ครั้ง

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

อ่านเรื่องราว

ภญ.
ชนากิตต์
อิ่มบำรุง

เภสัชกรหญิงชนากิตต์ อิ่มบำรุง ผู้ก่อตั้งกองทุนร้านยาพรประสิทธิ์ โดยเริ่มจากทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ให้เข้าถึงการรักษาเบื้องต้นในชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม.

จากการมีธุรกิจร้านขายยาเล็กๆ จนเติบโตเป็นบริษัทพรประสิทธิ์ ฟาร์มาซี จำกัด ทำให้ได้ขยายโอกาสการดูแลสุขภาพและยาให้กับประชาชนในชมชุมดัง ม.นักกีฬา โดยมุ่งเน้นการบริบาลเภสัชกรรมเชิงลึกตั้งแต่ปี 2557 และส่งผลให้ได้รับรางวัลเภสัชกรชุมชนดีเด่น ปี 2562 จากเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีผลงานดีเด่นได้แก่ การเป็นเภสัชกรชุมชนที่ทำงานด้านบริบาลเภสัชกรรมและมีบทบาทในการให้ความรู้ด้านสุขภาพกับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิกิจกรรมเยี่ยมบ้านเพื่อดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง กิจกรรมการคัดกรองโรค เบาหวาน ความดัน การเลิกบุหรี่ การรณรงค์การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล การพัฒนางานด้านบริบาลเภสัชกรรมชุมชน ร่วมผลักดันบทบาทวิชาชีพเภสัชกรชุมชน เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติให้เภสัชกรชุมชน (ร้านยา) เป็นหน่วยร่วมให้บริการในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ พัฒนารูปแบบการบริบาลเภสัชกรรมชุมชน โดยการเยี่ยมบ้านจัดทำรายการใช้ยาพร้อมกับการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาจากการใช้ยาในชุมชน ร่วมกับหน่วยงานราชการและทีมสหวิชาชีพตลอดการทำงานเภสัชกรหญิงชนากิตต์ ได้ยึดมั่นในคำขวัญมหาวิทยาลัยมหิดลที่ว่า “อัตตานัง อุปมัง กเร” ให้การดูแลผู้ป่วยเปรียบดังญาติมิตรให้พ้นจากทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

นพ.
โอภาส
การย์กวินพงศ์
  • นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ เป็นแพทย์เวชศาสตร์ป้องกันด้านระบาดวิทยาที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญทั้งด้านการแพทย์และการสาธารณสุขและเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการโรคติดต่อต่างๆ ในประเทศไทยเป็นอย่างดี และรับผิดชอบภารกิจการควบคุมโรคติดต่อมายาวนานกว่า 10 ปี เป็นผู้ร่วมกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และมาตรการจัดการกับโรคติดต่อ ทั้งโรคติดต่ออุบัติใหม่ โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำโรคติดต่อป้องกันด้วยวัคซีน และสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุข เป็นผู้บุกเบิกและสนับสนุนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณ์สุข ภายในกรมควบคุมโรคอย่างจริงจัง เมื่อครั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป ที่ต้องรับมือกับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ 2009 (2009 Influenza Pandemic) ที่ประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยประสบกับการระบาด หลังจากนั้น ได้ใช้ประสบการณ์มาต่อยอดพัฒนาระบบการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของสาธารณภัยและการระบาดของโรคติดต่อสำคัญ เช่น น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.2554 ผู้ป่วยเมอร์ส ไข้ชิกา
  • เมื่อครั้งที่นายแพทย์โอภาสดำรงตำแหน่งรองอธิบตีกรมควบคุมโรค ท่านเป็นกำลังหลักในการยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติโรคติดต่อฉบับใหม่ ที่ปรับปรุงจากฉบับปีพ.ศ.2523 โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงานสาธารณสุขตลอดจนความเชี่ยวชาญในภารกิจเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ได้สำเร็จเป็นพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ถือเป็นการพัฒนาเชิงระบบของประเทศไทย เพราะกำหนดให้มีคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ คณะกรรมการโรคติตต่อจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อที่เป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการรับมีอกับโรคติดต่อและโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าในอดีตมาก
  • ระหว่างที่มีวิกฤติการระบาดของโควิด 19 ทั่วโลก ตั้งแต่เตือนมกราคม 2563 ถึง เตือนธันวาคม 2565 ตลอดระยะเวลา 3 ปีเศษ นายแพทย์โอภาสเป็นผู้บริหารสาธารณสุขที่มีบทบาทอย่างสูงตั้งแต่เริ่มตันทั้งในฐานะขุนพลเอกและเสนาธิการของกระทรวงสาธารณสุขที่ยืดหยัดสู้กับโควิดอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเทเสียสละ เริ่มจากในปีแรกเมื่อมีการรายงานโรคติตต่ออุบัติใหม่ที่เป็นสาเหตุของโรคปอตอักเสบที่ยังไม่ทราบว่าเป็นเชื้อชนิดใดและประเทศไทยคัดกรองพบผู้ป่วยรายแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะนั้นท่านตำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการเพื่อให้ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโควิด 19 รายแรกได้สำเร็จ และเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงสำหรับ SARS CoV-2 เพียง 1 ใน 2 แห่งช่วงต้นปี 2563 ต่อได้พัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในระดับเขตสุขภาพ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพรับมือกับการระบาดของโควิด 19 ในปีต่อมาอย่างมีความพร้อมสูง ประชาชนเข้าถึงบริการการตรวจวินิจฉัยที่มีคุณภาพใด้อย่างรวดเร็ว แพทย์สามารถให้การรักษาได้อย่างถูกต้องกับโรคและเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อสามารถดำเนินการป้องกันควบคุมโรคได้ทันต่อสถานการณ์
  • ต่อมาในเตือนตุลาคม 2563 นายแพทย์โอภาสได้รับความไว้วางใจย้ายมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งท่านได้นำกำลังของกรมควบคุมโรคร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข อาทิ EOC กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อีกทั้งวางแผนการดำเนินงานอย่างมีกลยุทธ์  เป็นผู้บริหารที่ปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดี มีการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมในการจัดการกับสถานการณ์ ด้วยวิสัยทัศน์และสายตาที่แหลมคมพิสูจน์ใด้จากผลงานการรบกับโควิด 19 โดยในปลายปี พ.ศ. 2563 เริ่มการจัดหาวัคซีนโควิด 19 เพื่อให้บริการกับผู้คนในประเทศไทย โดยลงนามในสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้าจากบริษัท AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศไทยและต่อมายังมีการจัดหาวัคจีนชนิดเชื้อตาย บริษัท Sinovac และวัคนชนิด mRNA บริษัท Pfizer จนทำให้ประชาชนได้รับวัคซีนครอบคลุมสูงมากกว่า 100 ล้านโดสภายในปี พ.ศ.2564 และฉีดเพิ่มอีก 45 ล้านโดส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเข็มกระตุ้นในปี พ.ศ.2565 ส่งผลให้ประเทศไทยมีความครอบคลุมของวัคซีนมากกว่าร้อยละ 82 และเป็นการช่วยให้ผู้คนในประเทศไทยรอดพันจากการป่วยเสียชีวิตจากโควิด 19 เป็นจำนวนกว่า 5 แสนรายและยังเป็นการป้องกันการป่วยเข้าโรงพยาบาลได้อีกจำนวนมาก

ผลงานที่โดดเด่น

  • ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนักเวชศาสตร์ป้องกันดีเด่น ปีพ.ศ.2564 จากสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย
  • นำทีมกรมควบคุมโรคเข้ารับรางวัลที่สะท้อนถึงศักยภาพการนำองค์กรให้บริการประขาชนอย่างยอดเยี่ยมอีกหลายรางวัลทั้งในระดับขาติและนานาชาติ ดังนี้
    • รางวัลเกียรติคุณ ต้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภท องค์กรภาครัฐและภาคประขาสังคม ประจำปี 2564 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Award 2021)
    • รางวัลเกียรติยศ UNPSA : United Nations Public Service Awards ปี 2021 the United Nations Public Service Awards (UNPSA) 2021 for the Department of Disease Control's initiative titled "Intelligent and Sustainable Public Health Emergency System in Thailand," which enhances the response to emergency and health threats and seeks to achieve two Sustainable Development Goals (SDGs), namely, Goal 3 and Goal 17.
    • รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ในปีพ.ศ.2565 โดยกรมควบคุมโรค จำนวน 1 รางวัล เป็นรางวัลสูงสุด มอบให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรต้นแบบที่มีความสำเร็จในการพัฒนาที่เป็นเลิศตอบสนองต่อโอกาสและความท้าทายขององค์การ สามารถเป็นตัวอย่างและแนวปฏิบัติที่ดีให้กับองค์การอื่นนำไปใช้ประโยชน์ มีผลงานที่โดดเด่น สร้างคุณค่าต่อสังคม และประเทศ มีการเตรียมความพร้อมขององค์การเพื่อรองรับอนาคต รวมทั้งมีการนำผลงานไปขยายผลเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

อ่านเรื่องราว

ภญ.ดร.
สุภาภรณ์
ปิติพร 

● Healthcare เป็นผู้พัฒนายาจากสมุนไพรเพื่อรักษาเริมในปากเด็ก ได้คิดค้นพัฒนาผลิตยากลีเซอรีนพญายอ โดยเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตยาจากสมุนไพรไทย ปัจจุบัน ดร. ภญ. สุภาภรณ์ มีส่วนผลักดันศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อเป็นหน่วยที่ทำการรวบรวมข้อมูลความรู้สมุนไพร

● Manufacturing & Industry เป็นผู้ริเริ่มให้เกิดการผลิตยาจากสมุนไพรที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย เป็นผู้ผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยปัจจุบันมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับมาตรฐานGMP-PIC/S และได้รับการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้เทียบเท่ากับมาตรฐานของสหภาพยุโรป(EU-GMP)

● Social Impact เป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรมุ่งหวังจะเสริมศักยภาพของประชาชนในการนำไปประกอบอาชีพ ซึ่งโครงการนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการดีเด่นของชาติสาขาพัฒนาสังคม (ด้านสมุนไพรไทย) จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติในปี พ.ศ. 2545

● Education เป็นผู้รวบรวมองค์ความรู้สมุนไพรจากหมอยาพื้นบ้านในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการส่งต่อข้อมูลการใช้จากบรรพบุรุษนำมาเรียบเรียงถ่ายทอดเป็นหนังสือบันทึกแผ่นดินทั้งหมด 12 เล่มและข้อมูลความรู้สมุนไพรอื่นๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551-ปัจจุบัน

ดร. ภญ. สุภาภรณ์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดลในระดับปริญญาตรี-เอกดังนี้

ปี พ.ศ. วุฒิการศึกษา คณะ/สถาบัน/
2525 ปริญญาตรี สาขา เภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์
2540 ปริญญาโท สาขา การบริหารการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
2547 ปริญญาเอก สาขา สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์


#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

⮕ สุภาภรณ์ ปิติพร : เภสัชกรหญิง ผู้บุกเบิกสมุนไพรอภัยภูเบศร Click

อ่านเรื่องราว

นพ.
อภิสิทธิ์
ธำรงวรางกูร

นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร ได้นำแนวคิดเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่สู่เศรษฐกิจพอเพียง หรือ BCG Economy มาพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของ รพ.อุบลรัตน์  ให้เป็นโรงพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ มีความเสมอภาค มีประสิทธิภาพ และชุมชนมาร่วมเป็นเจ้าของโรงพยาบาล และพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน ที่สามารถช่วยคนทุกข์คนยากคนยากคนจน เช่น คนไข้ติดเตียง คนพิการ  และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง  ให้เปลี่ยนจากภาระจนกลายเป็นพลัง จัดระบบการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ให้เกิดคนทุกข์คนยากคนยากคนจนรายใหม่ และสร้างธนาคารอาหารปลอดสารเคมี ธนาคารกล้วย ธนาคารไผ่ซางหม่น และธนาคารต้นไม้สร้างบ้านได้ บนธนาคารดินนับพันไร่ต่อหมู่บ้าน และนับแสนไร่ต่ออำเภอ เพื่อดักจับของฟรีจำนวนมาก เช่น แสงแดด น้ำฝน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และขยะอินทรีย์ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นปัจจัยสี่ และเงินทุน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตดีขึ้น และเพื่อร่วมจ้างนักบริบาลชุมชนของพ่อแบบเต็มเวลาที่คัดเลือกจากคนในชุมชนที่รักชุมชน เป็นคนที่มีจิตอาสาที่สุด ชาวบ้านยอมรับ และชุมชนอยากได้ มาเรียนรู้ภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลชุมชน  6 เดือน และเรียนรู้ภาคทฤษฎีจากสถาบันการศึกษา เพื่อนำความรู้มาดูแลชุมชนและผู้คนในชุมชนให้อุดมสมบูรณ์ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จนคนในหมู่บ้านมีสัมมาอาชีพ จนเป็นหมู่บ้านศานติสุขและรวมกันต่อยอดจนเป็นอำเภอศานติสุขในระยะยาว โดยได้ดำเนินการในอำเภออุบลรัตน์ และอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งขยายผลไปสู่  อำเภอขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ และอำเภออื่นๆที่สนใจ ภายใต้การสนับสนุนของโครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน บริษัทดรีมเวิลด์ และมูลนิธิ เอส ซี จี โดยระยะยาวคนในชุมชนและชุมชนที่เข้มแข็งกลับมาดูแลและจ้างงานนักบริบาลชุมชนของพ่อแบบเต็มเวลาเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป รวมทั้งส่งต่อวิธีคิดและวิธีปฏิบัติให้แพทย์รุ่นน้อง และนักศึกษาแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ไปช่วยกันขยายผลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories

ก้าวอีกสักก้าว (Let the villagers own the hospital) | นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร | TEDxKhonKaen Click 

"ความพร้อมรอไม่ได้" คุยเรื่องการบริหารโรงพยาบาลชุมชุน และสุขภาพคนไทย กับ "นพ. อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร" Click

อ่านเรื่องราว

ศ.ดร.นพ.
ประสิทธิ์
วัฒนาภา

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล คว้ารางวัลนักบริหารรพ.ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 จากสมาคมบริหารรพ.แห่งประเทศไทย

มหาวิทยาลัยมหิดลตั้งปณิธานว่า “ปัญญาของแผ่นดิน” ตั้งแต่สมัย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาบทบาทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สู่ “การเปลี่ยนโลก” (World Changer) เพื่อสร้างสรรค์สุขภาวะแก่มวลมนุษย์ จากผลงานที่ประจักษ์ ส่งผลให้ได้รับการยกย่องจากสมาคมบริหารรพ.แห่งประเทศไทย ให้ได้รับรางวัลนักบริหารรพ.ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 และได้พิสูจน์ศักยภาพในการเป็น “Academic Hub” หรือศูนย์กลางด้านวิชาการแพทย์ที่โดดเด่น และพร้อมสู่ความ  ท้าทาย ผลงานที่หวังจะนำไปสู่ “การเปลี่ยนโลก” คือ “การพลิกโฉม” รพ.ศิริราช ให้กลายเป็น “Smart Hospital”

ในช่วงวิกฤตแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ ตลอดจนประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการต่อสู้กับ Covid-19 และโรคติดเชื้ออื่น

ผลงานที่เป็นที่สนใจจากนานาชาติ ซึ่งจะนำพาคณะแพทย์ศิริราช สู่ “การเปลี่ยนโลก” คือ การใช้ “รถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช” เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรอดพ้นจากความพิการ เป็นนวัตกรรมเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองเคลื่อนที่ สามารถเข้าถึงผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล นำผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉินเข้ารับการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง และส่งผลออนไลน์ถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายใน 3 ชั่วโมง

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เมื่อ "ความสุข" ขึ้นกับปริมาณงานที่ทำ Click

ถอดมุมคิด “ศิริราช” ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการลงมือทำ Click

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ศ.นพ.ประสิทธิ์ เป็น ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ แทน ศ.นพ.นิธิ Click 

 

อ่านเรื่องราว

รศ. ดร.
อรสา
พันธ์ภักดี

ผู้นำในการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล โดยเป็นอาจารย์ที่สอนนักศึกษาพยาบาลทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์ รวมทั้งทำงานให้กับองค์กรวิชาชีพในการพัฒนาความก้าวหน้าของพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีส่วนทำให้เกิดพยาบาลผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง (Advanced Practice Nurse: APN) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และของประเทศไทย ทำให้สังคมเห็นบทบาทของพยาบาลในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก พยาบาลสายปฏิบัติงานสามารถเติบโตก้าวหน้าในวิชาชีพได้สูงสุด ได้รับการเทียบคุณวุฒิเทียบเท่าปริญญาเอก และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบบริการพยาบาลแบบ one stop service เพื่อเลิกบุหรี่สำหรับผู้ป่วย มีส่วนทำให้เครือข่ายพยาบาลฯ ได้รับรางวัล ด้านการควบคุมยาสูบจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2564

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ศ.คลินิก นพ.
ไพศาล
ร่วมวิบูลย์สุข

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข เป็นจักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคจอประสาทตา ที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาตาบอดในประเทศไทย โดยเฉพาะภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา ซึ่งเคยเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดลำดับที่ 2 ของประเทศ โดยพัฒนาวิธีการคัดกรองด้วยการใช้ภาพถ่ายจอประสาทตา และริเริ่มโครงการฝึกอบรมบุคลากรที่ไม่ใช่จักษุแพทย์ให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคจอประสาทตาได้ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนจักษุแพทย์ จนนำไปสู่นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานเข้าจอประสาทตาทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังเพิ่มการเข้าถึงยารักษาเบาหวานเข้าจอประสาทตา ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยที่ตาบอดอันเนื่องมาจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาลดลงอย่างมาก นายแพทย์ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข ได้รับรางวัล The Sasakawa Health Prize 2022 จาก องค์การอนามัยโลก ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์อย่างมหาศาลแก่วงการสาธารณสุข ณ องค์การอนามัยโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส วันที่ 27 พฤษภาคม 2565

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

น.สพ.
ฐาปนา
จารุธรรมสิริ

หมอฐา เป็นสัตวแพทย์รักษาม้า หรือที่เรียกกันว่า “หมอม้า” ที่ทำงานในรูปแบบ Ambulatory Services ที่ออกให้บริการตรวจรักษาม้านอกสถานที่ทั่วประเทศไทยมีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าของม้าได้เข้าถึงสัตวแพทย์มากขึ้น เพื่อให้ม้าได้รับตรวจรักษาอย่างเหมาะสม เป็นที่ปรึกษาและเป็นวิทยากรจัดสัมมนาให้กับฟาร์มที่สนใจพัฒนาคุณภาพในการเลี้ยงและดูแลม้า โดยเน้นไปในเรื่อง Preventive medicine เพื่อช่วยป้องกันโรคและลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยของม้าโดยส่วนตัวหมอฐาอยากจะทำการตรวจรักษาม้าให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เจ้าของม้าทุกคนและม้าทุกตัวรู้สึกโชคดีที่ได้มารับการตรวจรักษา จึงได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อขยายกรอบความรู้ความสามารถที่มีให้กว้างขึ้น นำมาปรับใช้ในการรักษาม้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปหมอฐาได้รับรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่างคลินิกปฏิบัติสัตว์เลี้ยงแห่งปี สายวิชาชีพ ประจำปี พ.ศ.2565 (Best Practitioner of the Year 2022) เป็นรางวัลที่มอบให้กับสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ที่ทุ่มเทให้กับการรักษาสัตว์ มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดี่ และเป็นแรงบันดาลใจในการประกอบวิชาชีพ มีการบริการและความรับผิดชอบต่อสังคม มีการเพิ่มพูนและพัฒนาตัวเองด้านความรู้ทางสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง และมีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพสัตวแพทย์

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

“เรื่องจริง NIGHT LIFE” เปิดใจหมอม้าสุดฮอต เจาะศาสตร์การรักษาของ "คนรักษาม้า & ม้ารักษาคน" Click

อ่านเรื่องราว