โทรติดต่อ:
ดร.
สุวิทย์
เมษินทรีย์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นผู้พัฒนาและผลักดันแนวคิด Thailand 4.0 ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย Thailand 4.0 เป็นโมเดลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำและกับดักความไม่สมดุล ในบริบทของพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้วางไว้ โดยใช้แนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในช่วงปี 2562 – 2563  ดร.สุวิทย์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทุกประเทศสามารถนำไปใช้ได้โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เนื่องจากความท้าทายในยุคปัจจุบันคือ ‘stakeholder’ ที่กระจายในทุกภาคส่วน แต่การใช้ BCG จะช่วยรวมคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ด้วยกันและทำให้มีเป้าหมายเดียวกัน เศรษฐกิจในแบบ BCG มีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.อาศัยจุดแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2.การกระจายตัวของสาขายุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวนพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป 3.การกระจายตัวของผู้ประกอบการ ครอบคลุมผู้ประกอบการในระดับฐานราก วิสาหกิจชุมชน SMEs ผู้ประกอบการรายใหญ่และสตาร์ทอัพ 4.การเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลกเข้าด้วยกัน และ 5.สร้างสมดุลระหว่างการนำเข้าเทคโนโลยี กับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ หลังจากที่ ดร.สุวิทย์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในปี 2563 ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Youth in Charge ‘การพัฒนาคน’ ในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 15-22 ปี ได้ร่วมออกแบบและสร้างอนาคตของตัวเองในมิติต่างๆ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของพลังเยาวชนจากหลากหลายพื้นเพ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญๆที่มีผลต่อชีวิต ความเป็นอยู่และอนาคตของเจนเรชั่นของพวกเขา จากปัญหาว่า ‘เสียงของเยาวชนมักไม่ค่อยมีผู้ใหญ่รับฟัง’ Youth in Charge จึงเป็นแพลตฟอร์มของการเป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยน พื้นที่กลางในการมีส่วนร่วม การฟังแล้วได้ยิน และเป้าหมายคือการนำไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรม

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” ชี้โมเดล ศก. BCG การปรับเปลี่ยนเชิงระบบและยุทธศาสตร์ Game Changer ที่แท้จริงของไทย Click

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” ปลุกพลัง 3 มหาวิทยาลัย สร้างคนใหม่ กำหนดอนาคตโลก Click

อ่านเรื่องราว

ดร.
ฐัช
หัชลีฬหา

“สตาร์ทอัพภูธร” เกิดขึ้นเพื่อทำให้คนในสังคมชนบทเข้าถึงเทคโนโลยีได้ เพราะเรามองว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ คือ โอกาส และ รายได้ " เมื่อจบการศึกษาในระดับปริญญาโทจากวิทยาลัยการจัดการ คุณฐัชได้นำประสบการณ์ไปทำธุรกิจของครอบครัว เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจของ J&C (การพัฒนาร้านโชว์ห่วยให้กลายเป็น Modern Trade ที่มีการบริหารจัดการด้วยระบบเน็ตเวิร์ค) เกิดเป็นรูปแบบการทำธุรกิจใหม่จนได้รับทุนการศึกษาให้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีด้าน Digital Marketing และกลับมาผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมร้านค้าสร้างอาชีพเพื่อชุมชน J&C imart เปลี่ยนหน้าบ้านเป็นหน้าร้าน สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ ในสังคมผ่านระบบการจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียน Digital Provider โดย Depa (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) แบบระบบ omni- channel ควบคู่ไปกับระบบสมาชิกที่มีประโยชน์ร่วมกันในการผลิต- ซื้อ-ขาย-สินค้าในชุมชน ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงและเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ทั้งยืนยันได้จากรางวัลที่ได้รับมาตลอดช่วงปี 2020 - 2022 นั่นคือรางวัล The Best Retail Franchise โดย กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงล่าสุดที่ “ดร.ฐัช” เพิ่งก้าวขึ้นรับ “รางวัลสุดยอดบุคคล สาขา Digital Platform for Society” ในงาน Thailand Digital Awards 2022 ครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการโครงการพัฒนานักบริหารภาครัฐและภาคเอกชนสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมกันนี้ ระบบ platform J&C imart ยังได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชน และรัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การทำ MOU  กับธนาคารกรุงไทย และกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (Depa) ในการพัฒนาสร้างผู้ประกอบการดิจิทัลในชุมชนทั่วประเทศไทย โดย จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ learning center และ co working space @Thailand Digital Valley ปัจจุบัน Platform J&C imart ได้สร้างผู้ประกอบการและส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงโอกาสมีรายได้ใน 200 ชุมชนทั่วประเทศไทย และขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมวางรากฐานในการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2569

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

⮕ “ดร.ฐัช หัชลีฬหา” สุดยอดคีย์แมนแห่งค่าย J&C กับการคว้ารางวัลศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่น ม.มหิดล Click

⮕ “ดร.ฐัช หัชลีฬหา”คว้ารางวัลสุดยอดบุคคล “สาขา Digital Platform for Society” Click

อ่านเรื่องราว

ภญ.ดร.
สุภาภรณ์
ปิติพร 

● Healthcare เป็นผู้พัฒนายาจากสมุนไพรเพื่อรักษาเริมในปากเด็ก ได้คิดค้นพัฒนาผลิตยากลีเซอรีนพญายอ โดยเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตยาจากสมุนไพรไทย ปัจจุบัน ดร. ภญ. สุภาภรณ์ มีส่วนผลักดันศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อเป็นหน่วยที่ทำการรวบรวมข้อมูลความรู้สมุนไพร

● Manufacturing & Industry เป็นผู้ริเริ่มให้เกิดการผลิตยาจากสมุนไพรที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย เป็นผู้ผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยปัจจุบันมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับมาตรฐานGMP-PIC/S และได้รับการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้เทียบเท่ากับมาตรฐานของสหภาพยุโรป(EU-GMP)

● Social Impact เป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรมุ่งหวังจะเสริมศักยภาพของประชาชนในการนำไปประกอบอาชีพ ซึ่งโครงการนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการดีเด่นของชาติสาขาพัฒนาสังคม (ด้านสมุนไพรไทย) จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติในปี พ.ศ. 2545

● Education เป็นผู้รวบรวมองค์ความรู้สมุนไพรจากหมอยาพื้นบ้านในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการส่งต่อข้อมูลการใช้จากบรรพบุรุษนำมาเรียบเรียงถ่ายทอดเป็นหนังสือบันทึกแผ่นดินทั้งหมด 12 เล่มและข้อมูลความรู้สมุนไพรอื่นๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551-ปัจจุบัน

ดร. ภญ. สุภาภรณ์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดลในระดับปริญญาตรี-เอกดังนี้

ปี พ.ศ. วุฒิการศึกษา คณะ/สถาบัน/
2525 ปริญญาตรี สาขา เภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์
2540 ปริญญาโท สาขา การบริหารการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
2547 ปริญญาเอก สาขา สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์


#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

⮕ สุภาภรณ์ ปิติพร : เภสัชกรหญิง ผู้บุกเบิกสมุนไพรอภัยภูเบศร Click

อ่านเรื่องราว

คุณ
วรรณา
จารุสมบูรณ์

ตลอดระยะเวลา 20 ปี คุณวรรณา เป็นผู้บุกเบิกและก่อตั้งกลุ่ม Peaceful Death มีผลงานเด่นในเรื่องการสร้างความตระหนักวิถีสู่ความตายอย่างสงบ โดยการจัดกิจกรรมรณรงค์และเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านการจัดอบรมหลักสูตรเผชิญความตายอย่างสงบร่วมกับพระไพศาล วิสาโล ซึ่งช่วยจุดประกายเรื่องการเตรียมตัวตายขึ้นในสังคมไทย โดยมีผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วย บุคลากรสุขภาพ นักปฏิบัติธรรม และผู้สนใจทั่วไปสมัครเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง และยังร่วมมือกับเครือข่ายสหวิชาชีพก่อตั้งสมาคมบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย เผยแพร่องค์ความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง และพัฒนาเครือข่ายคนทำงานด้านการดูแลประคับประคองจนขยายวงไปทั่วประเทศ นอกจากนี้คุณวรรณา ยังเป็นผู้ริเริ่มรณรงค์สร้างความตระหนักด้านการเตรียมตัวตายในพื้นที่สาธารณะ อาทิเช่น งาน Before I Die @เซ็นทรัลเวิล์ด / งาน Happy Deathday @ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ / งานซ้อมตายกับนิ้วกลม@วัดธาตุทอง เป็นต้น เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและส่งเสริมวัฒนธรรมความตายให้เป็นเรื่องที่คุยกันได้ในครอบครัวและสังคม ดังนั้นกลุ่ม Peaceful Death ภายใต้การบริหารของวรรณา จึงผลิตหนังสือ คู่มือ เกม คลิปวิดีโอ และบทความต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ผ่านโซเซียลมีเดีย (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์และเพจ Facebook : https://peacefuldeath.co/ และ https://www.facebook.com/peacefuldeath2011/ ปัจจุบันมีสนใจติดตามกว่า 3 แสนคน)

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

⮕ เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว ไปกับ วรรณา จารุสมบูรณ์ แนวคิดชุมชนกรุณา สังคมจะดีกว่าได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ Click

⮕ วรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานกลุ่ม Peaceful Death ชวนออกแบบชีวิตเพื่อการอยู่ดีและตายดี Click

อ่านเรื่องราว

รองศาสตราจารย์ นพ.
อดิศักดิ์
ผลิตผลการพิมพ์

รองศาสตราจารย์ นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หรือผู้บุกเบิกงานการป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และความรุนแรงในเด็กของประเทศไทย กว่าจะเป็นหมอที่ทำงานป้องกันการบาดเจ็บในชีวิตเด็ก จากประสบการณ์ ในวงการแพทย์หลายสิบปี พบว่า“อุบัติเหตุและความปลอดภัยในเด็ก” มักเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เด็กเสียชีวิตหรือพิการ และยังทำให้เกิดผลร้ายต่อจิตใจพ่อแม่และคนที่เกี่ยวข้อง จึงเริ่มต้นบุกเบิกตั้งใจที่จะทำงานที่ตนรักและสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในเด็ก ซึ่งความปลอดภัยเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ (Safety right is a fundamental human right) เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลเพื่อให้เติบโต มีพัฒนาการที่ดี ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอยภัยอย่างเสมอภาคกัน

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ศ.คลินิก นพ.
ไพศาล
ร่วมวิบูลย์สุข

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข เป็นจักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคจอประสาทตา ที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาตาบอดในประเทศไทย โดยเฉพาะภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา ซึ่งเคยเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดลำดับที่ 2 ของประเทศ โดยพัฒนาวิธีการคัดกรองด้วยการใช้ภาพถ่ายจอประสาทตา และริเริ่มโครงการฝึกอบรมบุคลากรที่ไม่ใช่จักษุแพทย์ให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคจอประสาทตาได้ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนจักษุแพทย์ จนนำไปสู่นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานเข้าจอประสาทตาทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังเพิ่มการเข้าถึงยารักษาเบาหวานเข้าจอประสาทตา ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยที่ตาบอดอันเนื่องมาจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาลดลงอย่างมาก นายแพทย์ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข ได้รับรางวัล The Sasakawa Health Prize 2022 จาก องค์การอนามัยโลก ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์อย่างมหาศาลแก่วงการสาธารณสุข ณ องค์การอนามัยโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส วันที่ 27 พฤษภาคม 2565

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
นิเวศน์
ประยูรเธียร

ปัจจุบันนายนิเวศน์ ประยูรเธียร ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือทรีเอ็นโฮลดิ้ง ซึ่งประกอบไปด้วย 6 บริษัทในเครือ นับเป็นบริษัทแรก ๆ ในประเทศที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเครื่องมือในห้องปฏิบัติการของไทย ด้วยเล็งเห็นว่าเทคโนโลยีทางด้านอณูชีวภาพจะกลายมาเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการวิทยาศาสตร์ จึงได้พยายามเผยแพร่ความรู้ทางด้านนี้ โดยมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมกิบไทยขึ้นตั้งแต่ปี 2536 เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และทดลองเพื่อนำไปใช้งานจริง ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีอณูชีวภาพมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางตั้งแต่งานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการ จนได้รับการต่อยอดไปสู่การนำไปประยุกต์ใช้ในสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์ พืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากมีการสนับสนุนนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และบุคลากรทางการแพทย์ของไทยในการค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่ เป็นเวลากว่า 38 ปี จึงได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อีกทั้งได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณอีกมากมาย ทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการริเริ่มโครงการตอบแทนสังคม “สานฝันวันฟ้าใส ธารน้ำใจเพื่อการศึกษา” ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยสร้างอาคารเรียนถาวร รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคที่ถูกสุขอนามัย และอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้เยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 15 ปีติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

แพทย์หญิง
ลลนา
ก้องธรนินทร์

ผู้ก่อตั้ง Let’s be heroes foundation เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19  เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที ด้วยการรักษาแบบ Home Isolation ติดตามอาการโดยทีมแพทย์อาสา ทีมพยาบาล ทีมเภสัชกร ผ่านโทรศัพท์ (tele-med) โดยทางโครงการไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากนี้ พญ.ลลนายังเป็นนักแสดง และเป็นนางสาวไทย ปี 2549 ที่กล้าเป็นตัวเอง และมองข้ามข้อจำกัดเรื่องเพศ

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories

⮕ พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ | หน่วยสร้างฮีโร่เสริมพลังแพทย์ Click

⮕รามาฯ ผนึก พาราไดซ์ พาร์ค เปิดคลินิคพรีเมียม Ramathibodi Health Space@Paradise ในห้างฯ ย่านศรีนครินทร์ Click

เจี๊ยบ-ลลนา คุณหมอนางงาม ตั้งเป้ารักษาคนป่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน Click

อ่านเรื่องราว

รศ. พญ.
อรุณี
ธิติธัญญานนท์

ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสามของผู้รับทุนวิจัยพิเศษ ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เพื่องานวิจัย COVID-19 ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กับงานวิจัยหัวข้อ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการวินิจฉัย วิธีการรักษาโรค วัคซีนของโรค COVID-19 และการติดตามการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมและระบาดวิทยา ที่เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 จากบริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (Secretariat of the National Commission for UNESCO) ประเทศไทย ในปี 2563

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

‘3 สตรีลอรีอัล’ ผู้อยู่เบื้องหลัง 'นวัตกรรมป้องกันโควิด-19' Click

อ่านเรื่องราว

พญ.
นันทกา
เทพาอมรเดช

จากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและมุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อผู้ป่วยและประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2547 ต้องให้การดูแลรักษาผู้ป่วยจากสถานการณ์ความไม่สงบ (trauma) โดยมีผู้ป่วยสถานการณ์ความไม่สงบด้านสมองและไขสันหลัง 25 รายต่อปี ทำให้มีภาระหนักมาก อย่างไรก็ตามช่วงปี 2556 ถึงปัจจุบัน เหตุการณ์บาดเจ็บหมู่จากสถานการณ์ความไม่สงบลดลงมาก จำนวนผู้ป่วยลดลงและที่บาดเจ็บมักเป็นการบาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนี้ยังให้การดูแลรักษาผู้ป่วยระบบประสาทและไขสันหลังที่ผ่าตัดและไม่ผ่าตัดในโรงพยาบาลยะลาและรับส่งผู้ป่วยจากโรงพยาบาลปัตตานีและโรงพยาบาลนราธิวาส ผ่าตัด vascular disease เช่น intracranial aneurysm, stroke, brain tumor และ spine disease เป็นต้น โดยมีสถิติจำนวนผู้ป่วยระบบประสาทและไขสันหลังโดยเฉลี่ย ผู้ป่วยนอก ประมาณ 4,825 รายต่อปี ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 1,900 รายต่อปี จำนวนผู้ป่วยหนัก 424 รายต่อปี จำนวนผู้ป่วยผ่าตัดสมองและกระดูกสันหลัง 575 รายต่อปี

แพทย์หญิงนันทกาได้รับรางวัลประสาทศัลยแพทย์ดีเด่น จากวิทยาลัยประสาทศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2555 รางวัลศัลยแพทย์ดีเด่น จากราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2558 รางวัล ผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี 2561 รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2562 และรางวัลแพทย์ในดวงใจ จังหวัดยะลา จากโครงการแพทย์ในดวงใจ 77 จังหวัด แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย

ในฐานะบุคคลที่มุ่งมั่น เสียสละ และอุทิศตนทำงานเพื่อสังคมและคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ จากบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) รวมถึงคลิปวิดีโอที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแพทย์หญิงนันทกาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Mahidol Channel มีผู้ให้ความสนใจรับชมมากกว่า 1 ล้านวิวอีกด้วย

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว