ย้อนกลับไปหน้า Alumni Recognition
คุณพบเอกเป็นผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่วิทยาลัยนานาชาติและมหาวิทยาลัยมหิดลมาตลอดตั้งแต่เมื่อสมัยเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี โดยมีผลงานที่โดดเด่นทั้งในด้านวิชาการ สังคม และวิชาชีพ หลังจบการศึกษาเขาตั้งใจที่จะเป็นผู้ประกาศข่าวหนุ่มผู้เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน มุ่งมั่นที่จะบรรเทาทุกข์และผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมไทย ผ่านช่องทีวีดิจิตอลระดับแนวหน้าของประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสังคมโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้สนใจข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมืองมากขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย นำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ ด้านการสื่อสาร วาทศิลป์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่ได้บ่มเพาะจากมหาวิทยาลัยมหิดลไปประยุกต์ใช้ต่องานสื่อสารมวลชนและการศึกษา เพื่อประโยชน์ของนักศึกษาปัจจุบันและสังคมไทย โดยคุณพบเอกยังคงเดินหน้าเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะการสร้างสรรค์ผลงานและทำประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับรางวัลพระราชทานเทพทอง ครั้งที่ 19 สาขา บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์ จากสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2562 และโล่รางวัลเกียรติยศ “ตาชั่งทอง” บุคคลสงเคราะห์ดีเด่นแห่งปีจากสหพันธ์กรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภคและภาคีเครือข่าย ในปี พ.ศ. 2563
อ่านเรื่องราว
โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ ภายใต้การบริหารงานของคุณอลิสรา ได้รับการยอมรับให้เป็นโรงแรมที่มีขยะเศษอาหารเป็นศูนย์ (Zero Food Waste Hotel) และได้รับการยกย่องให้เป็นโรงแรมต้นแบบของกรุงเทพมหานครในเรื่องการจัดการขยะ และได้รับรางวัล Food Waste Free Champion 2023 จาก Pacific Asia Travel Association และเป็นโรงแรมต้นแบบของการทำธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่สามารถสร้างผลกำไรและผลตอบแทนให้กับธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเกื้อกูลเกษตรกรและชุมชน ร่วมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คุณอลิสราทำให้โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพได้รับการยอมรับในการเป็น Sustainable Boutique Hotel แถวหน้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศมาศึกษาเรียนรู้ดูงานเฉลี่ยเดือนละ 3-4 องค์กร
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ ทายาทรุ่น3 ศิวาเทล ต่อยอด Green Hotel สร้าง Brand Purpose ติดท็อปในใจสายกรีน Click
⮕ อลิสรา ศิวยาธร แห่งโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ เมื่อ Sustainable ไม่ใช่แค่การสร้างแบรนด์ แต่เป็นการสร้างคุณค่า Click
อ่านเรื่องราว
Ms. Wahyuningrum เป็นผู้นำด้านการผลักดันกลไกสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคอาเซียนและการทำงานด้านสิทธิเด็กและสิทธิสตรีในภูมิภาค เช่น เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของเครือข่ายรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights) เป็นผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาอาวุโสของ Weaving Women’s Voices in ASEAN (WEAVE) ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรสตรีนิยมที่ทำงานเรื่องสิทธิของผู้หญิงและเด็กหญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ประจักษ์ชัดของเธอทำให้เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนประเทศอินโดนีเซียในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights - AICHR) ถึงสองสมัย (2019-2021 และ 2022-2024) โดยในปี 2023 เธอได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ในการทำงานของ AICHR เธอเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องสิทธิเด็กและเป็นผู้ที่ทำงานหลักเรื่องเพศสภาพ เสรีภาพในการแสดงความเห็นและการสมาคมรวมตัว เสรีภาพในการนับถือศาสนา การต่อต้านการทรมาน การต่อต้านความรุนแรง การต่อต้านการค้ามนุษย์ และสิทธิของแรงงานข้ามชาติ อีกด้วย
อ่านเรื่องราว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยรัตน์ เป็นผู้ยึดมั่นตามค่านิยมองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งทางด้านการเรียนการสอน งานวิจัย บริการวิชาการ และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ตลอดระยะเวลาที่ได้ทำงานในตำแหน่งอาจารย์ได้สร้างบุคลากรที่มีความสามารถทางการเกษตรสู่สถานประกอบการและสังคม ด้านงานวิจัยได้แก้ไขปัญหาของเกษตรกรทางการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช และส่งเสริมให้มีการปลูกผักเกล็ดหิมะอินทรีย์ให้เป็นพืชเศรษฐกิจรายแรกของไทย โครงการบริการวิชาการที่ทำให้กับโรงเรียนได้รับรางวัลดีเด่นทางด้านความยั่งยืนและเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่นๆ อีกมากมาย และยังลงพื้นที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตพืชครบวงจรให้กับหลายพื้นที่ทั่วประเทศร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เป็นต้น ตลอดจนได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิในหลายหน่วยงาน เช่น สมาคมกัญชงไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี ไม่เพียงแต่ในประเทศเท่านั้น ยังได้มีการบริการวิชาการให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป. ลาว ซึ่งบ่อยครั้งที่ได้รับเชิญจาก National Agriculture and Forestry Research Institute (NAFRI) เพื่อบรรยายเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของรัฐในด้านการจัดการสินค้าเกษตรเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและยั่งยืน
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
ทพญ.จุฑารัตน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยโรคช่องปากและเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทัณทวิทยา ท่านมีผลงานที่สร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ได้แก่ 1. การพัฒนามาตรฐานการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดในระบบต้องโทษในเรือนจำ/ทัณฑสถาน โดยพัฒนากระบวนการคัดกรอง และหลักสูตรการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำและทัณฑสถาน 2. การพัฒนาระบบบริการสุขภาพในเรือนจำ โดยการผลักดันการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลในเรือนจำและทัณฑสถานให้เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ และจัดทำแนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้ต้องขังในเรือนจำ 3. การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครผู้ต้องขังในเรือนจำ (อสรจ.) โดยปรับปรุงหลักสูตรอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ (อสรจ.) ที่เหมาะกับบริบทเรือนจำที่เป็นมาตรฐาน และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ระหว่าง กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข 4. ควบคุมกำกับการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสถานที่คุมขัง และ 5.การกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
ดร. ยูเนียนสาสมีต้า มีผลงานที่เกิดจากการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และเกิดประโยชน์เชิงประจักษ์ในด้านการศึกษาได้แก่การจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา (Mother Tongue-based Bi/Multilingual Education) และการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม (Intercultural Education) โดยในส่วนของ “การจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา” ได้มีการประยุกต์ใช้ภายใต้การดำเนินงานโครงการวิจัยระยะยาว (9 ปี) ในโรงเรียนนำร่องจำนวน 4 โรงในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล) หลังจากนั้นมีการขยายผลไปสู่โรงเรียน 15 โรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การดำเนินงานโครงการดังกล่าวเป็นที่ยอมรับและสร้างชื่อเสียงในระดับชาติผ่านรางวัล “ผลงานประดิษฐ์ คิดค้น ประจำปี พ.ศ. 2555 ระดับดี มอบโดยสภาวิจัยแห่งชาติ” ในขณะเดียวกันเป็นที่ยอมรับและสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติผ่านรางวัล “King Sejong Literacy Prize ปี ค.ศ. 2016” มอบโดย UNESCO นอกจากนี้ อีกหนึ่งผลงานที่มีการนำไปประยุกต์และเกิดประโยชน์ด้านการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ การเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม (Intercultural Education) ภายใต้การดำเนินงานโครงการวิจัย “วิจัยปฏิบัติการพัฒนาสื่อพหุภาษา-พหุวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ภาษาและเสริมสร้างทักษะการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจสำหรับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งผลของการดำเนินงานโครงการฯ ดังกล่าวเป็นที่ยอมรับของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมแก่นักเรียนในบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนภาคใต้ ผลจากการยอมรับดังกล่าว ทำให้โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยในปี พ.ศ. 2566 เพื่อต่อยอดและขยายผลความสำเร็จไปสู่โรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 15 โรง ต่อไป
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
ดร. มิรินด้า บูรรุ่งโรจน์ เป็นผู้มีผลงานวิจัยเชิงพัฒนาในด้านการจัดการศึกษาที่ใช้ “ต้นทุนทางภาษาและวัฒนธรรม” เป็นกลไกในการพัฒนาการรู้หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากงานวิจัยด้านการจัดการศึกษาที่ใช้ภาษาแม่และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นฐานทั้งในรูปแบบทวิ-พหุภาษา (MTB-MLE) ในพื้นที่ชายแดนใต้และเกาะลันตา รวมถึงการสอนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง (TSL) สำหรับบุตรหลานแรงงานข้ามชาติในพื้นที่แม่สอดและระนอง และการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม (ICE) สำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มชาวเลอูรักลาโวยจ กลุ่มมุสลิม กลุ่มจีนและกลุ่มไทยใต้ และยังมีผลงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวม 28 โครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จนถึงปัจจุบัน ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้เกิดนวัตกรรมเรียนรู้ภาษาแม่/ภาษาท้องถิ่นและภาษาไทยจำนวนมากกว่า 1,500 ชิ้น โดยมีโรงเรียนที่เป็นเครือข่ายวิจัยจำนวน 63 แห่ง และมีครูที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการสอนมากกว่า 270 คน และนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จำนวนมากกว่า 5,800 คน.
อ่านเรื่องราว
รองศาสตราจารย์กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์ สำเร็จการศึกษาอนุปริญญาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านเป็นอาจารย์พยาบาลที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดระยะเวลาของการเป็นอาจารย์ ท่านอุทิศตนในการสอน ถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาพยาบาลอย่างเต็มที่ โดยได้รับรางวัลการสอนภาคปฏิบัติดีเด่น และรางวัลพยาบาลดีเด่นสาขาการศึกษาพยาบาล ประเภทผู้ปฏิบัติการศึกษา จากสภาการพยาบาล ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นอย่างมาก ท่านเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่งตำรา และเขียนบทความ ตลอดจนทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพการพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ท่านมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย โครงการพัฒนาหลักสูตรและอาจารย์พยาบาล เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ทำให้พยาบาลที่จบใหม่มีความรู้ในการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สามารถให้คำแนะนำและการช่วยเหลือแม่ให้สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนให้จัดทำหลักสูตรและเปิดการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทย โดยเปิดอบรมในปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดให้พยาบาลนมแม่ทั่วประเทศได้เข้ามารับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ท่านเป็นกรรมการอำนวยการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กรรมการอำนวยการจัดประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติของมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดทุก 2 ปี ปัจจุบันเป็นครั้งที่ 8 รองศาสตราจารย์กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมพยาบาลนมแม่ประเทศไทย และเป็นนายกสมาคมคนแรกเพื่อพัฒนาศักยภาพพยาบาลนมแม่และพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำให้เกิดความร่วมมือและความสามัคคีระหว่างสมาชิกและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นองค์กรวิชาชีพที่เข้มแข็งและมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในการปกป้องส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ท่านได้อุทิศตนในการทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ โดยอุทิศตนร่วมงานช่วยเหลือเด็ก ครอบครัว และองค์กรเครือข่ายการทำงานพัฒนาสังคมมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันกว่า 22 ปี โดยมีส่วนร่วมดำเนินงาน เช่น การเป็นวิทยากรให้ความรู้และกำลังใจแก่ผู้รับเลี้ยงเด็ก และครูของบ้านรับเลี้ยงเด็กในชุมชน การพัฒนาหลักสูตรองค์รวมเพื่อสร้างขีดความสามารถให้แก่ผู้ดูแลเด็ก 0-3 ปี ปัจจุบันเป็นเลขาธิการมูลนิธิฯ จากผลงานและคุณความดีที่ท่านได้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ต่อสังคมและมวลชนตลอดมาทำให้ท่านได้รับรางวัล “ดาราอวอร์ด” ประจำปี พ.ศ. 2558 จากเสถียรธรรมสถานที่มอบให้บุคคลที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับจุลภาค ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น จนถึงระดับมหภาพ คือสังคมไทยและสังคมโลก ด้วยเป็นที่ประจักษ์ทั้งด้านความสามารถในทางวิชาการและการอุทิศตนในการทำงานเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ท่านได้รับรางวัลมหิดลทยากร ปี 2563 จากสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการคัดเลือกจากสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้เป็น “สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2564”
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
คุณธนัตถ์ วีรวัฒนาธิกุล สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์ จากวิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดลในปี พ.ศ. 2557 และได้ศึกษาต่อปริญญาโทสาขากฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยเคนต์ ประเทศอังกฤษ กว่า 8 ปีที่เขาทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมในองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง เช่น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) คณะกรรมการช่วยเหลือระหว่างประเทศ (IRC) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) คุณธนัตถ์ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาชุมชนในจังหวัดภาคเหนือโดยเฉพาะกลุ่มคนชายขอบ เช่น ชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพ และผู้ลี้ภัย ปัจจุบัน คุณธนัทกำลังทำงานร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) นอกจากนั้นแล้ว คุณธนัทยังได้ก่อตั้งกลุ่มอาสาสมัครชื่อ “อาสาสร้างสัน” ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครเฉพาะสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยวัตถุประสงค์หลักของกลุ่มอาสาสมัครนี้คือ การทำกิจกรรมให้ความรู้แก่เด็กชาวเขาในหมู่บ้านชาวเขาที่ห่างไกลที่สุดในประเทศไทย รวมไปถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น ระบบน้ำและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นผู้พัฒนาและผลักดันแนวคิด Thailand 4.0 ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย Thailand 4.0 เป็นโมเดลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำและกับดักความไม่สมดุล ในบริบทของพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้วางไว้ โดยใช้แนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในช่วงปี 2562 – 2563 ดร.สุวิทย์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทุกประเทศสามารถนำไปใช้ได้โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เนื่องจากความท้าทายในยุคปัจจุบันคือ ‘stakeholder’ ที่กระจายในทุกภาคส่วน แต่การใช้ BCG จะช่วยรวมคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ด้วยกันและทำให้มีเป้าหมายเดียวกัน เศรษฐกิจในแบบ BCG มีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.อาศัยจุดแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2.การกระจายตัวของสาขายุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวนพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป 3.การกระจายตัวของผู้ประกอบการ ครอบคลุมผู้ประกอบการในระดับฐานราก วิสาหกิจชุมชน SMEs ผู้ประกอบการรายใหญ่และสตาร์ทอัพ 4.การเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลกเข้าด้วยกัน และ 5.สร้างสมดุลระหว่างการนำเข้าเทคโนโลยี กับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ หลังจากที่ ดร.สุวิทย์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในปี 2563 ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Youth in Charge ‘การพัฒนาคน’ ในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 15-22 ปี ได้ร่วมออกแบบและสร้างอนาคตของตัวเองในมิติต่างๆ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของพลังเยาวชนจากหลากหลายพื้นเพ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญๆที่มีผลต่อชีวิต ความเป็นอยู่และอนาคตของเจนเรชั่นของพวกเขา จากปัญหาว่า ‘เสียงของเยาวชนมักไม่ค่อยมีผู้ใหญ่รับฟัง’ Youth in Charge จึงเป็นแพลตฟอร์มของการเป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยน พื้นที่กลางในการมีส่วนร่วม การฟังแล้วได้ยิน และเป้าหมายคือการนำไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรม
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” ชี้โมเดล ศก. BCG การปรับเปลี่ยนเชิงระบบและยุทธศาสตร์ Game Changer ที่แท้จริงของไทย Click
⮕ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” ปลุกพลัง 3 มหาวิทยาลัย สร้างคนใหม่ กำหนดอนาคตโลก Click
อ่านเรื่องราว
มหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายสร้างเสริมความผูกพันและรวมพลังศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะ
กรรมการบริหารและดำเนินงานสร้างความผูกพันศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล
999 อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล ชั้น 3 กองกิจการนักศึกษา ม.มหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
999 อาคารสิริวัฒนภักดี ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170