โทรติดต่อ:
รศ.ดร.
วราภรณ์
ชัยวัฒน์

รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ชัยวัฒน์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในสาขาการพยาบาลเด็ก โดยเป็นที่ประจักษ์จากผลงานทางวิชาการและงานวิจัยจำนวนมาก ท่านได้พัฒนาเครื่องมือวิจัยและเครื่องมือประเมินที่จำเป็นต่อการส่งเสริมสุขภาพเด็กจำนวนมาก เช่น Thai State-Trait Anxiety Inventory for Children-Revised, Thai Child Medical Fear Scale, Thai Developmental Screening Tool for Infants and Toddlers (TDST), Thai Modified Checklist for Autism in Toddlers  (TM-CHAT), Parental Feeding Behaviors (Indonesian)  เป็นต้น สำหรับการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น ท่านได้ร่วมศึกษากระบวนการเลี้ยงดูวัยรุ่นที่มีสุขภาพดีในบริบทสังคมไทย และนำสู่งานวิจัยที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นด้านต่างๆ เช่น การจัดการความเครียด การละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างวิจัยเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนไทยในอีกหลากหลายด้าน งานที่สำคัญชิ้นหนึ่งคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการปฏิบัติอย่างอิสระของพยาบาล (Independent practice of professional nurse) โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งทำให้ในระยะต่อมามีการศึกษาวิจัยและผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Entrepreneurship ของพยาบาลเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการเป็นอาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.วราภรณ์สอนและเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก โดยเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต ตั้งแต่พ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2564  ท่านเป็นผู้ที่ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน มุ่งพัฒนานักศึกษาทั้งในด้านความรู้ ความสามารถทางการพยาบาลและการดำรงชีวิต บุกเบิกพานักศึกษาพยาบาลออกให้บริการสุขภาพทั้งในสถานบริการสุขภาพ ชุมชน รวมถึงแหล่งชุมชนด้อยโอกาส ในระยะหลังยังเป็นผู้นำในการเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผ่านสื่อออนไลน์รูปแบบต่างๆด้วย ท่านได้รับรางวัล อาจารย์ดีเด่นด้านการเรียนการสอน คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2552 และรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น สาขาการศึกษาพยาบาล ประเภทอาจารย์พยาบาล จากสมาคมนิสิตเก่า พยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากการสอนแล้ว ท่านยังได้นำความรู้ทางสาขาการพยาบาลเด็กไปใช้ในการบริการสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการ และเป็นวิทยากรประจำมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ เป็นอนุกรรมการบ้านเด็กจุฬาฯ ฯลฯ แม้ในระยะหลังด้วยภารกิจรอบด้าน ท่านจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกรรมการในลักษณะข้างต้นได้ แต่ก็ยังให้ความร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส ด้านการพัฒนาวิชาชีพ ท่านเป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล จึงทำหน้าที่ในฐานะอนุกรรมการและกรรมการชุดต่างๆ ในสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สภาการพยาบาล และสมาคมพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เมื่อวิชาชีพพยาบาลพัฒนาสู่ advanced nursing practice
รศ.ดร.วราภรณ์ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการยกร่างข้อบังคับสภาการพยาบาล ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์พยาบาล และต่อมาได้อยู่ในคณะผู้บริหารวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทยในการดำเนินการจัดสอบความรู้เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพที่สำเร็จปริญญาโททางการพยาบาลสามารถพัฒนาไปเป็นพยาบาลวิชาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา (Advanced Practice Nurse : APN) ด้านการบริหาร ท่านเคยดำรงตำแหน่งทางด้านการบริหารของคณะพยาบาลศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2544 โดยมีโอกาสในการรับผิดชอบงานที่หลากหลายทั้งด้านบริหาร ด้านแผนและการคลัง ด้านวิชาการ วิจัย วิเทศ และกิจการนิสิต ตลอดระยะเวลาการทำงาน ท่านได้มีโอกาสทำงานที่ท้าทายด้านต่างๆ มากมาย เช่น ได้ร่วมผลักดันและพัฒนาหลักสูตรพยาบาลมหาบัณฑิต Flexible learning หลักสูตรแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ต้องมีการพัฒนาบทเรียนในลักษณะหนังสือ เทปโทรทัศน์ และการเรียนการสอนในห้องเรียนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ท่านก็ได้เดินทางโดยรถไฟตู้นอนเพื่อไปพบกับนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่มีการสอนในหลักสูตรนี้ เพื่อให้พยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาตนเองให้สามารถดูแลสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่ประเทศไทยประสบภัยสึนามิในปีพ.ศ. 2547 ทันทีที่ทราบข่าว แม้สึนามิยังไม่สงบ ท่านร่วมเดินทางกับรศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ณ เวลานั้น เพื่อไปดูแลพยาบาลและประชาชนที่ประสบภัยสึนามิ ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆมาร่วมวางแผนในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และนำสู่การจัดการศึกษาพยาบาลภาคปฏิบัติในศูนย์พักพิงในจังหวัดภาคใต้โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ และในปีพ.ศ. 2554 เมื่อประเทศไทยประสบมหาอุทกภัย ท่านได้เป็นกำลังหลักของคณะพยาบาลศาสตร์ ในการจัดตั้งหน่วยบริการสุขภาพประชาชนที่อพยพลี้ภัยน้ำท่วม มาอยู่ในศูนย์พักพิงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมมาที่ศูนย์พักพิงด้วยตนเองทุกวันเนื่องจากบุคลากรสุขภาพมีจำกัด ท่านได้นำความรู้ที่ได้จากการบริหารจัดการกำลังคน และทรัพยากรต่างๆ ในช่วงดังกล่าวมาจัดทำเป็นบทเรียนให้กับนักศึกษาอีกเช่นกัน จากประสบการณ์การทำงานบริหารที่หลากหลายรอบด้าน รศ.ดร.วราภรณ์จึงได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560 – 2564 ท่านเป็นผู้บริหาร ที่มีวิสัยทัศน์และนำพาคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางการศึกษาทางการพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ ในระหว่างการดำรงตำแหน่งคณบดี ได้มีการระบาดของ Covid-19 มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสังคม เนื่องจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่มีโรงพยาบาลในสังกัด การดำเนินงานในส่วนพยาบาลของศูนย์บริการวัคซีน อาคารจามจุรีสแควร์ คณะพยาบาลศาสตร์จึงเป็นแกนหลัก รศ.ดร.วราภรณ์ได้ใช้ความรู้ และประสบการณ์ ในฐานะพยาบาลและผู้บริหารองค์กร ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภายนอก และอาสาสมัคร ในการบริหารจัดการกำลังคน ทรัพยากร รวมถึงระบบการทำงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย การที่ท่านนำอาจารย์ และนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก มาร่วมให้บริการแก่ประชาชนทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-20.00 น และการให้บริการออนไลน์ต่างๆ ทำให้เกิดนักศึกษาและอาจารย์มีมุมมองในการสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลต่อไปอีกมาก รศ.ดร.วราภรณ์ในฐานะคณบดีได้นำคณะให้ปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในลักษณะ Multifunction, Shared Service, E-document และการทำงานออนไลน์เต็มรูปแบบ ด้านวิชาการส่งเสริมให้เกิด Joint Research Seminar กับมหาวิทยาลัยนานาชาติ การแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต่างชาติทั้งในลักษณะ onsite และ online นอกจากนี้ยังผลักดันให้คณะฯ ร่วมพัฒนาต้นแบบการศึกษาร่วมกันระหว่างสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ (Interprofessional education) ที่เป็นการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จําลองเสมือนจริงออนไลน์ (Virtual simulation) และผลักดันให้เกิดหลักสูตรทางการพยาบาลใหม่ซึ่งเป็นหลักสูตร Double degree ในระดับบัณฑิตศึกษากับ Kobe University, ประเทศญี่ปุ่น

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
สุวิทย์
เมษินทรีย์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นผู้พัฒนาและผลักดันแนวคิด Thailand 4.0 ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย Thailand 4.0 เป็นโมเดลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำและกับดักความไม่สมดุล ในบริบทของพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้วางไว้ โดยใช้แนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในช่วงปี 2562 – 2563  ดร.สุวิทย์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทุกประเทศสามารถนำไปใช้ได้โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เนื่องจากความท้าทายในยุคปัจจุบันคือ ‘stakeholder’ ที่กระจายในทุกภาคส่วน แต่การใช้ BCG จะช่วยรวมคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ด้วยกันและทำให้มีเป้าหมายเดียวกัน เศรษฐกิจในแบบ BCG มีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.อาศัยจุดแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2.การกระจายตัวของสาขายุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวนพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป 3.การกระจายตัวของผู้ประกอบการ ครอบคลุมผู้ประกอบการในระดับฐานราก วิสาหกิจชุมชน SMEs ผู้ประกอบการรายใหญ่และสตาร์ทอัพ 4.การเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลกเข้าด้วยกัน และ 5.สร้างสมดุลระหว่างการนำเข้าเทคโนโลยี กับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ หลังจากที่ ดร.สุวิทย์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในปี 2563 ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Youth in Charge ‘การพัฒนาคน’ ในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 15-22 ปี ได้ร่วมออกแบบและสร้างอนาคตของตัวเองในมิติต่างๆ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของพลังเยาวชนจากหลากหลายพื้นเพ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญๆที่มีผลต่อชีวิต ความเป็นอยู่และอนาคตของเจนเรชั่นของพวกเขา จากปัญหาว่า ‘เสียงของเยาวชนมักไม่ค่อยมีผู้ใหญ่รับฟัง’ Youth in Charge จึงเป็นแพลตฟอร์มของการเป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยน พื้นที่กลางในการมีส่วนร่วม การฟังแล้วได้ยิน และเป้าหมายคือการนำไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรม

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” ชี้โมเดล ศก. BCG การปรับเปลี่ยนเชิงระบบและยุทธศาสตร์ Game Changer ที่แท้จริงของไทย Click

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” ปลุกพลัง 3 มหาวิทยาลัย สร้างคนใหม่ กำหนดอนาคตโลก Click

อ่านเรื่องราว

รศ.ดร.
ปิยาณี
คล้ายนิล-โยบาซ

รศ.ดร.ปิยาณี คล้ายนิล-โยบาซ สำเร็จการจากคณะพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปี พ.ศ.2533 ปัจจุบันท่านปฏิบัติงาน ณ Alice Lee Centre for Nursing Studies Yong Loo Lin School of Medicine, National University of Singapore ท่านเป็นนักวิจัยทางการพยาบาลที่มีความสนใจงานวิจัยเกี่ยวกับ ความเครียด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และสุขภาพของบุคคลที่มีสุขภาพดีและผู้ที่มีอาการป่วยทางจิต การแทรกแซงทางจิตสังคมในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและสภาวะทางการแพทย์ ท่านได้พัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับภาวะทางสุขภาพจิตเป็นจำนวนมาก โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย อาทิ NUHS Bridging funds และ National Research. Council of Thailand, Thailand. ท่านมีผลงานการวิจัยที่มีการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติและนานาชาติที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและมีการรวบรวมไว้บนเว็บไซต์ Google Scholar ทั้งหมด 143 ฉบับโดยมีการอ้างอิงโดยรวม 4,880 รายการ h-index เท่ากับ 37 และ i10-index เท่ากับ 68 และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 รศ.ดร. ปิยาณี (คล้ายนิล) โยบาซ ได้รับการเสนอชื่อเป็นนักวิจัยที่มีการอ้างอิงสูง 2% อันดับแรกของโลก นอกจากนี้ท่านได้มีการส่งเสริมสุขภาพจิตของประชาชน โดยมีการเผยแพร่ความรู้ทางออนไลน์เพื่อสอนวิธีการกำหนดลมหายใจอย่างมีสติเพื่อจัดการกับความเครียดในช่องทางออนไลน์ในรายการ “Mindfulness Practice with Dr. Piyanee” จากความรู้ความสามารถในการพยาบาลสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ปี 2021 ท่านได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลกในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาแนวปฏิบัติทางด้านสุขภาพจิต

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

นพ.
โอภาส
การย์กวินพงศ์
  • นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ เป็นแพทย์เวชศาสตร์ป้องกันด้านระบาดวิทยาที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญทั้งด้านการแพทย์และการสาธารณสุขและเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการโรคติดต่อต่างๆ ในประเทศไทยเป็นอย่างดี และรับผิดชอบภารกิจการควบคุมโรคติดต่อมายาวนานกว่า 10 ปี เป็นผู้ร่วมกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และมาตรการจัดการกับโรคติดต่อ ทั้งโรคติดต่ออุบัติใหม่ โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำโรคติดต่อป้องกันด้วยวัคซีน และสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุข เป็นผู้บุกเบิกและสนับสนุนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณ์สุข ภายในกรมควบคุมโรคอย่างจริงจัง เมื่อครั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป ที่ต้องรับมือกับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ 2009 (2009 Influenza Pandemic) ที่ประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยประสบกับการระบาด หลังจากนั้น ได้ใช้ประสบการณ์มาต่อยอดพัฒนาระบบการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของสาธารณภัยและการระบาดของโรคติดต่อสำคัญ เช่น น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.2554 ผู้ป่วยเมอร์ส ไข้ชิกา
  • เมื่อครั้งที่นายแพทย์โอภาสดำรงตำแหน่งรองอธิบตีกรมควบคุมโรค ท่านเป็นกำลังหลักในการยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติโรคติดต่อฉบับใหม่ ที่ปรับปรุงจากฉบับปีพ.ศ.2523 โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงานสาธารณสุขตลอดจนความเชี่ยวชาญในภารกิจเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ได้สำเร็จเป็นพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ถือเป็นการพัฒนาเชิงระบบของประเทศไทย เพราะกำหนดให้มีคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ คณะกรรมการโรคติตต่อจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อที่เป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการรับมีอกับโรคติดต่อและโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าในอดีตมาก
  • ระหว่างที่มีวิกฤติการระบาดของโควิด 19 ทั่วโลก ตั้งแต่เตือนมกราคม 2563 ถึง เตือนธันวาคม 2565 ตลอดระยะเวลา 3 ปีเศษ นายแพทย์โอภาสเป็นผู้บริหารสาธารณสุขที่มีบทบาทอย่างสูงตั้งแต่เริ่มตันทั้งในฐานะขุนพลเอกและเสนาธิการของกระทรวงสาธารณสุขที่ยืดหยัดสู้กับโควิดอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเทเสียสละ เริ่มจากในปีแรกเมื่อมีการรายงานโรคติตต่ออุบัติใหม่ที่เป็นสาเหตุของโรคปอตอักเสบที่ยังไม่ทราบว่าเป็นเชื้อชนิดใดและประเทศไทยคัดกรองพบผู้ป่วยรายแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะนั้นท่านตำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการเพื่อให้ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโควิด 19 รายแรกได้สำเร็จ และเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงสำหรับ SARS CoV-2 เพียง 1 ใน 2 แห่งช่วงต้นปี 2563 ต่อได้พัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในระดับเขตสุขภาพ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพรับมือกับการระบาดของโควิด 19 ในปีต่อมาอย่างมีความพร้อมสูง ประชาชนเข้าถึงบริการการตรวจวินิจฉัยที่มีคุณภาพใด้อย่างรวดเร็ว แพทย์สามารถให้การรักษาได้อย่างถูกต้องกับโรคและเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อสามารถดำเนินการป้องกันควบคุมโรคได้ทันต่อสถานการณ์
  • ต่อมาในเตือนตุลาคม 2563 นายแพทย์โอภาสได้รับความไว้วางใจย้ายมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งท่านได้นำกำลังของกรมควบคุมโรคร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข อาทิ EOC กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อีกทั้งวางแผนการดำเนินงานอย่างมีกลยุทธ์  เป็นผู้บริหารที่ปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดี มีการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมในการจัดการกับสถานการณ์ ด้วยวิสัยทัศน์และสายตาที่แหลมคมพิสูจน์ใด้จากผลงานการรบกับโควิด 19 โดยในปลายปี พ.ศ. 2563 เริ่มการจัดหาวัคซีนโควิด 19 เพื่อให้บริการกับผู้คนในประเทศไทย โดยลงนามในสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้าจากบริษัท AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศไทยและต่อมายังมีการจัดหาวัคจีนชนิดเชื้อตาย บริษัท Sinovac และวัคนชนิด mRNA บริษัท Pfizer จนทำให้ประชาชนได้รับวัคซีนครอบคลุมสูงมากกว่า 100 ล้านโดสภายในปี พ.ศ.2564 และฉีดเพิ่มอีก 45 ล้านโดส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเข็มกระตุ้นในปี พ.ศ.2565 ส่งผลให้ประเทศไทยมีความครอบคลุมของวัคซีนมากกว่าร้อยละ 82 และเป็นการช่วยให้ผู้คนในประเทศไทยรอดพันจากการป่วยเสียชีวิตจากโควิด 19 เป็นจำนวนกว่า 5 แสนรายและยังเป็นการป้องกันการป่วยเข้าโรงพยาบาลได้อีกจำนวนมาก

ผลงานที่โดดเด่น

  • ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนักเวชศาสตร์ป้องกันดีเด่น ปีพ.ศ.2564 จากสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย
  • นำทีมกรมควบคุมโรคเข้ารับรางวัลที่สะท้อนถึงศักยภาพการนำองค์กรให้บริการประขาชนอย่างยอดเยี่ยมอีกหลายรางวัลทั้งในระดับขาติและนานาชาติ ดังนี้
    • รางวัลเกียรติคุณ ต้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภท องค์กรภาครัฐและภาคประขาสังคม ประจำปี 2564 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Award 2021)
    • รางวัลเกียรติยศ UNPSA : United Nations Public Service Awards ปี 2021 the United Nations Public Service Awards (UNPSA) 2021 for the Department of Disease Control's initiative titled "Intelligent and Sustainable Public Health Emergency System in Thailand," which enhances the response to emergency and health threats and seeks to achieve two Sustainable Development Goals (SDGs), namely, Goal 3 and Goal 17.
    • รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ในปีพ.ศ.2565 โดยกรมควบคุมโรค จำนวน 1 รางวัล เป็นรางวัลสูงสุด มอบให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรต้นแบบที่มีความสำเร็จในการพัฒนาที่เป็นเลิศตอบสนองต่อโอกาสและความท้าทายขององค์การ สามารถเป็นตัวอย่างและแนวปฏิบัติที่ดีให้กับองค์การอื่นนำไปใช้ประโยชน์ มีผลงานที่โดดเด่น สร้างคุณค่าต่อสังคม และประเทศ มีการเตรียมความพร้อมขององค์การเพื่อรองรับอนาคต รวมทั้งมีการนำผลงานไปขยายผลเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

อ่านเรื่องราว

ศ.ดร.
อัมรินทร์
ทักขิญเสถียร

ศ.ดร.อัมรินทร์ ทักชิญเสถียร มีประสบการณ์งานวิจัยทางการแพทย์หลากหลายรูปแบบ เช่น therapeutic study/randomized controlled trial, cohort study, diagnostic study, risk/prognosis study, and systematic review and meta-analysis โดยเฉพาะอย่างยิ่งงาน Systematic review and meta-analysis ได้พัฒนาระเบียบวิธีทบทวนวรรณกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเมต้าสำหรับงานวิจัยทาง genetic association studies ซึ่งงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหลักทางด้านระบาดวิทยาและสถิติทางการแพทย์

1) J Clin Epidemiol. 2003 Apr;56(4):297-303, 2) Am J Epidemiol. 2005 Aug 1;162(3):201-11, 3) Am J Epidemiol. 2006 Nov 1;164(9):813-22, 4) Am J Epidemiol. 2012 Sep 1;176(5):361-72), 5) Stat Med. 2005 May 15324(9): 1291-306) ต่อมาได้นำวิธีการดังกล่าวไปใช้และอ้างอิงอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาวิธีการวิเคราะห์แบบเมต้า ในสาขาการประเมินทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ และ Health Technology Assessment Programs ในปี 2017 ซึ่งผลงานตังกล่าวตีพิมพ์ใน Value Health. 2019 Dec;22(12):1458-1469 และได้มีการนำผลงานดังกล่าวมาใช้อ้างอิงต่อมามากมายได้พัฒนาและสร้าง real-world big data ของโรคติดต่อ เช่น diabetes, hypertension, chronic kidney disease, cardiovascular disease, atrial fibrillation, and stroke โดยใช้ข้อมูลจากการปฏิบัติทางคลินิกที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้จะเป็นแหล่งของโจทย์งานวิจัยสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่และกลางที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนสถาบันอื่น ๆ ในประเทศไทยต่อไป

จากผลงานดังกล่าว ส่งผลให้งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับสากลในฐานข้อมูล Scopus 283 เรื่อง (accessed 11/01/2023) 8664 citations และมี H-index  51  จากผลงานเชิงประจักษ์ดังกล่าว ทำให้ ศ. ดร.อัมรินทร์ ทักขิญเสถียร ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์ทางสถิติทางการแพทย์ เมื่อปี ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านนี้เพียงคนเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังถูกจัดอยู่ใน World Top 2% Scientists 3 ปีติดต่อกันระหว่างปี 2020 - 2022 โดย Elsevier BV(https://elsevier.digitalcommonsdata.com/datasets/ btchxkt2w/3)

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
จิรพันธ์
โชติรัตนศักดิ์

คุณจิรพันธ์ โชติรัตนศักดิ์ผู้ก่อตั้งบริษัทอี-สแควร์ สิ่งแวดล้อมและวิศวกรรม จำกัด โดยได้นำความรู้และประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมใช้ในการดำเนินธุรกิจด้านการจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรมและการจัดการขยะมูลฝอยระดับประเทศ นอกจากนี้คุณจิรพันธ์ยังมีผลงานดีเด่นประเภทวิชาการ/วิจัยดังต่อไปนี้
‣ พ.ศ. 2555 ได้รับเกียรติจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้เป็นผู้วิจัยร่วมในโครงการ “โครงการลดโลกร้อนด้วยสาหร่ายเกลียวทองถวายพ่อหลวง” ได้นำเสนอทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9)
‣ พ.ศ. 2558 พัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบแบบเมมเบรนไบโอรีแอคเตอร์ (Membrane Bio Reactor) ในการบำบัดน้ำเสียในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีอัตราการไหลรวมมากที่สุดในประเทศไทย
‣ พ.ศ. 2558 พัฒนาแนวคิดระบบจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบผสมผสานด้วยเทคโนโลยี Maximum Energy Technique ประยุกต์ใช้ในโครงการจัดการมูลฝอยของประเทศตามนโยบายรัฐบาล และ คสช.
‣ พ.ศ. 2564 เป็นผู้ร่วมคิดค้นเทคโนโลยีกับศูนย์วิจัยเชื้อเพลิงและชีวมวล ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรนานาชาติ

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
พนิตนาฏ
กาญจนาธิวัฒน์

ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร “บริษัท โฟลว์โฟล์ค จํากัด” (FlowFolk Co.,Ltd.) ที่มีความเชื่อว่า หากภูมิปัญญาและงานฝีมือของท้องถิ่นถูกทําให้มีชีวิตชีวาไปตามยุคสมัยจะสามารถทําให้ชุมชนท้องถิ่นนั้นน่าอยู่และมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้ โดยเน้นการนําหลักการวิจัยและพัฒนามาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเข้าศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาอาหารและโภชนาการเพื่อการพัฒนา หลักสูตรนานาชาติ (ปัจจุบันคือหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารเพื่อโภชนาการ หลักสูตรนานาชาติ สถาบันโภชนาการ) หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้เห็นและเข้าใจความสําคัญของคุณค่าทางโภชนาการในภาพรวมของทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหาร ตั้งแต่การเริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ไม่เพียงแค่นั้นยังทําให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ การออกแบบงานวิจัยที่ให้ความสําคัญกับการแก้ปัญหาและประโยชน์ที่จะส่งมอบให้ผู้บริโภค และการตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการหยิบยกผลงานนั้นไปใช้จริง

จากการที่คุณพนิตนาฏได้มีโอกาสร่วมงานวิจัยนวัตกรรมอาหารสําหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปากกับคณะอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทําให้ได้เห็นคุณค่าของการทํางานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และเห็นถึงคุณค่าของผลงานที่สามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อื่นให้ดียิ่งขึ้น  เขาจึงอยากสานต่อการทํางานที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกกับสังคมต่อไป นอกจากนี้ยังเคยร่วมทีม “Happy Field Happy Farm” และเป็นหนึ่งในทีมผู้ชนะของโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 5” หรือ “Banpu Champions for Change 5” และภายหลังได้ตัดสินใจศึกษาต่อด้านอาหารที่ Wageningen University ซึ่งประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมานั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อเราลงมือทําสิ่งต่างๆ โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมก่อนแล้ว ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ในสังคม

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
เดวิด
มกรพงศ์

ดร.เดวิดเป็นนวัตกรผู้เชี่ยวชาญในการสังเคราะห์และสร้างนวัตกรรม การสร้างและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์จากนวัตกรรม ตลอดจนเป็นผู้นำในระดับโลกของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และการเกษตรแบบนวัตกรรม บนพื้นฐานของประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหาร เทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีในภาคการเกษตรและปศุสัตว์ อุตสาหกรรมสุขภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการสร้างอุตสาหกรรมขึ้นใหม่ในประเทศไทย อาทิ อุตสาหกรรมการพัฒนานมแรกเกิด (Colostrum) เพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยเหลือการจัดการเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย ลดต้นทุนและสร้างรายได้เพิ่ม และสร้างธุรกิจเทคโนโลยีเติบโตในระดับสากล ผลงานเทคโนโลยีติดตามพฤติกรรมโคนมอัจฉริยะอย่างแม่นยำในเขตร้อนชื้น และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรการเกษตรของไทย พัฒนาวัตถุดิบทางการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 10 เท่า ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับในภูมิภาคยุโรป และภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบัน ดร.เดวิดได้รับรางวัลวิจัยและนวัตกรรมระดับนานาชาติมากกว่า 19 รางวัล

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

"ดร.เดวิด มกรพงศ์" รับการประกาศเกียรติคุณ จากเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ Click

"ดร.เดวิด มกรพงศ์" พัฒนาสารสกัดดอกดาวเรือง จนคว้ารางวัลใหญ่ระดับโลก Click

"ดร.เดวิด มกรพงศ์" คว้า 21 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ Click

“ดร.เดวิด มกรพงศ์” นักประดิษฐ์คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ Click

อ่านเรื่องราว

ดร.
ฐัช
หัชลีฬหา

“สตาร์ทอัพภูธร” เกิดขึ้นเพื่อทำให้คนในสังคมชนบทเข้าถึงเทคโนโลยีได้ เพราะเรามองว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ คือ โอกาส และ รายได้ " เมื่อจบการศึกษาในระดับปริญญาโทจากวิทยาลัยการจัดการ คุณฐัชได้นำประสบการณ์ไปทำธุรกิจของครอบครัว เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจของ J&C (การพัฒนาร้านโชว์ห่วยให้กลายเป็น Modern Trade ที่มีการบริหารจัดการด้วยระบบเน็ตเวิร์ค) เกิดเป็นรูปแบบการทำธุรกิจใหม่จนได้รับทุนการศึกษาให้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีด้าน Digital Marketing และกลับมาผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมร้านค้าสร้างอาชีพเพื่อชุมชน J&C imart เปลี่ยนหน้าบ้านเป็นหน้าร้าน สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ ในสังคมผ่านระบบการจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียน Digital Provider โดย Depa (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) แบบระบบ omni- channel ควบคู่ไปกับระบบสมาชิกที่มีประโยชน์ร่วมกันในการผลิต- ซื้อ-ขาย-สินค้าในชุมชน ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงและเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ทั้งยืนยันได้จากรางวัลที่ได้รับมาตลอดช่วงปี 2020 - 2022 นั่นคือรางวัล The Best Retail Franchise โดย กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงล่าสุดที่ “ดร.ฐัช” เพิ่งก้าวขึ้นรับ “รางวัลสุดยอดบุคคล สาขา Digital Platform for Society” ในงาน Thailand Digital Awards 2022 ครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการโครงการพัฒนานักบริหารภาครัฐและภาคเอกชนสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมกันนี้ ระบบ platform J&C imart ยังได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชน และรัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การทำ MOU  กับธนาคารกรุงไทย และกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (Depa) ในการพัฒนาสร้างผู้ประกอบการดิจิทัลในชุมชนทั่วประเทศไทย โดย จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ learning center และ co working space @Thailand Digital Valley ปัจจุบัน Platform J&C imart ได้สร้างผู้ประกอบการและส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงโอกาสมีรายได้ใน 200 ชุมชนทั่วประเทศไทย และขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมวางรากฐานในการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2569

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

Related Stories 

⮕ “ดร.ฐัช หัชลีฬหา” สุดยอดคีย์แมนแห่งค่าย J&C กับการคว้ารางวัลศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่น ม.มหิดล Click

⮕ “ดร.ฐัช หัชลีฬหา”คว้ารางวัลสุดยอดบุคคล “สาขา Digital Platform for Society” Click

อ่านเรื่องราว

คุณ
ศุภรัตน์
โชติสกุลรัตน์

คุณศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ มีประสบการณ์กว่า 40 ปี ด้านการบูรณาการงานบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอนามัยสิ่งแวดล้อม และชีววิทยาสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลงานสำคัญจากโครงการความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ซึ่งมีผลกระทบต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกระดับตั้งแต่การผลักดันนโยบายและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ มีผลงานที่สำคัญในระดับประเทศ คือ

ระดับประเทศ
- โครงการภาครัฐและเอกชน เช่น การศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนสำหรับประเทศไทย (พ.ศ. 2562-2565)
- การสนับสนุนงานการศึกษาและสถาบัน เช่น เป็นที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา (พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)

ระดับนานาชาติ
โครงการพัฒนาด้านพลังงานในประเทศ สปป. ลาว (พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน) และโครงการพัฒนาปิโตรเลียม และพลังงานในประเทศเมียนมา (พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน)

#MahidolUniversityNotableAlumni

 

อ่านเรื่องราว