ย้อนกลับไปหน้า Alumni Recognition
รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ชัยวัฒน์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในสาขาการพยาบาลเด็ก โดยเป็นที่ประจักษ์จากผลงานทางวิชาการและงานวิจัยจำนวนมาก ท่านได้พัฒนาเครื่องมือวิจัยและเครื่องมือประเมินที่จำเป็นต่อการส่งเสริมสุขภาพเด็กจำนวนมาก เช่น Thai State-Trait Anxiety Inventory for Children-Revised, Thai Child Medical Fear Scale, Thai Developmental Screening Tool for Infants and Toddlers (TDST), Thai Modified Checklist for Autism in Toddlers (TM-CHAT), Parental Feeding Behaviors (Indonesian) เป็นต้น สำหรับการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น ท่านได้ร่วมศึกษากระบวนการเลี้ยงดูวัยรุ่นที่มีสุขภาพดีในบริบทสังคมไทย และนำสู่งานวิจัยที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นด้านต่างๆ เช่น การจัดการความเครียด การละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างวิจัยเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนไทยในอีกหลากหลายด้าน งานที่สำคัญชิ้นหนึ่งคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการปฏิบัติอย่างอิสระของพยาบาล (Independent practice of professional nurse) โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งทำให้ในระยะต่อมามีการศึกษาวิจัยและผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Entrepreneurship ของพยาบาลเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการเป็นอาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.วราภรณ์สอนและเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก โดยเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต ตั้งแต่พ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2564 ท่านเป็นผู้ที่ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน มุ่งพัฒนานักศึกษาทั้งในด้านความรู้ ความสามารถทางการพยาบาลและการดำรงชีวิต บุกเบิกพานักศึกษาพยาบาลออกให้บริการสุขภาพทั้งในสถานบริการสุขภาพ ชุมชน รวมถึงแหล่งชุมชนด้อยโอกาส ในระยะหลังยังเป็นผู้นำในการเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผ่านสื่อออนไลน์รูปแบบต่างๆด้วย ท่านได้รับรางวัล อาจารย์ดีเด่นด้านการเรียนการสอน คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2552 และรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น สาขาการศึกษาพยาบาล ประเภทอาจารย์พยาบาล จากสมาคมนิสิตเก่า พยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากการสอนแล้ว ท่านยังได้นำความรู้ทางสาขาการพยาบาลเด็กไปใช้ในการบริการสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการ และเป็นวิทยากรประจำมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ เป็นอนุกรรมการบ้านเด็กจุฬาฯ ฯลฯ แม้ในระยะหลังด้วยภารกิจรอบด้าน ท่านจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกรรมการในลักษณะข้างต้นได้ แต่ก็ยังให้ความร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส ด้านการพัฒนาวิชาชีพ ท่านเป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล จึงทำหน้าที่ในฐานะอนุกรรมการและกรรมการชุดต่างๆ ในสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สภาการพยาบาล และสมาคมพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เมื่อวิชาชีพพยาบาลพัฒนาสู่ advanced nursing practice
รศ.ดร.วราภรณ์ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการยกร่างข้อบังคับสภาการพยาบาล ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์พยาบาล และต่อมาได้อยู่ในคณะผู้บริหารวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทยในการดำเนินการจัดสอบความรู้เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพที่สำเร็จปริญญาโททางการพยาบาลสามารถพัฒนาไปเป็นพยาบาลวิชาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา (Advanced Practice Nurse : APN) ด้านการบริหาร ท่านเคยดำรงตำแหน่งทางด้านการบริหารของคณะพยาบาลศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2544 โดยมีโอกาสในการรับผิดชอบงานที่หลากหลายทั้งด้านบริหาร ด้านแผนและการคลัง ด้านวิชาการ วิจัย วิเทศ และกิจการนิสิต ตลอดระยะเวลาการทำงาน ท่านได้มีโอกาสทำงานที่ท้าทายด้านต่างๆ มากมาย เช่น ได้ร่วมผลักดันและพัฒนาหลักสูตรพยาบาลมหาบัณฑิต Flexible learning หลักสูตรแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ต้องมีการพัฒนาบทเรียนในลักษณะหนังสือ เทปโทรทัศน์ และการเรียนการสอนในห้องเรียนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ท่านก็ได้เดินทางโดยรถไฟตู้นอนเพื่อไปพบกับนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่มีการสอนในหลักสูตรนี้ เพื่อให้พยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาตนเองให้สามารถดูแลสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่ประเทศไทยประสบภัยสึนามิในปีพ.ศ. 2547 ทันทีที่ทราบข่าว แม้สึนามิยังไม่สงบ ท่านร่วมเดินทางกับรศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ณ เวลานั้น เพื่อไปดูแลพยาบาลและประชาชนที่ประสบภัยสึนามิ ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆมาร่วมวางแผนในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และนำสู่การจัดการศึกษาพยาบาลภาคปฏิบัติในศูนย์พักพิงในจังหวัดภาคใต้โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ และในปีพ.ศ. 2554 เมื่อประเทศไทยประสบมหาอุทกภัย ท่านได้เป็นกำลังหลักของคณะพยาบาลศาสตร์ ในการจัดตั้งหน่วยบริการสุขภาพประชาชนที่อพยพลี้ภัยน้ำท่วม มาอยู่ในศูนย์พักพิงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมมาที่ศูนย์พักพิงด้วยตนเองทุกวันเนื่องจากบุคลากรสุขภาพมีจำกัด ท่านได้นำความรู้ที่ได้จากการบริหารจัดการกำลังคน และทรัพยากรต่างๆ ในช่วงดังกล่าวมาจัดทำเป็นบทเรียนให้กับนักศึกษาอีกเช่นกัน จากประสบการณ์การทำงานบริหารที่หลากหลายรอบด้าน รศ.ดร.วราภรณ์จึงได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560 – 2564 ท่านเป็นผู้บริหาร ที่มีวิสัยทัศน์และนำพาคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางการศึกษาทางการพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ ในระหว่างการดำรงตำแหน่งคณบดี ได้มีการระบาดของ Covid-19 มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสังคม เนื่องจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่มีโรงพยาบาลในสังกัด การดำเนินงานในส่วนพยาบาลของศูนย์บริการวัคซีน อาคารจามจุรีสแควร์ คณะพยาบาลศาสตร์จึงเป็นแกนหลัก รศ.ดร.วราภรณ์ได้ใช้ความรู้ และประสบการณ์ ในฐานะพยาบาลและผู้บริหารองค์กร ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภายนอก และอาสาสมัคร ในการบริหารจัดการกำลังคน ทรัพยากร รวมถึงระบบการทำงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย การที่ท่านนำอาจารย์ และนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก มาร่วมให้บริการแก่ประชาชนทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-20.00 น และการให้บริการออนไลน์ต่างๆ ทำให้เกิดนักศึกษาและอาจารย์มีมุมมองในการสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลต่อไปอีกมาก รศ.ดร.วราภรณ์ในฐานะคณบดีได้นำคณะให้ปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในลักษณะ Multifunction, Shared Service, E-document และการทำงานออนไลน์เต็มรูปแบบ ด้านวิชาการส่งเสริมให้เกิด Joint Research Seminar กับมหาวิทยาลัยนานาชาติ การแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต่างชาติทั้งในลักษณะ onsite และ online นอกจากนี้ยังผลักดันให้คณะฯ ร่วมพัฒนาต้นแบบการศึกษาร่วมกันระหว่างสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ (Interprofessional education) ที่เป็นการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จําลองเสมือนจริงออนไลน์ (Virtual simulation) และผลักดันให้เกิดหลักสูตรทางการพยาบาลใหม่ซึ่งเป็นหลักสูตร Double degree ในระดับบัณฑิตศึกษากับ Kobe University, ประเทศญี่ปุ่น
อ่านเรื่องราว
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นผู้พัฒนาและผลักดันแนวคิด Thailand 4.0 ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย Thailand 4.0 เป็นโมเดลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำและกับดักความไม่สมดุล ในบริบทของพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้วางไว้ โดยใช้แนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในช่วงปี 2562 – 2563 ดร.สุวิทย์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทุกประเทศสามารถนำไปใช้ได้โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เนื่องจากความท้าทายในยุคปัจจุบันคือ ‘stakeholder’ ที่กระจายในทุกภาคส่วน แต่การใช้ BCG จะช่วยรวมคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ด้วยกันและทำให้มีเป้าหมายเดียวกัน เศรษฐกิจในแบบ BCG มีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.อาศัยจุดแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2.การกระจายตัวของสาขายุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวนพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป 3.การกระจายตัวของผู้ประกอบการ ครอบคลุมผู้ประกอบการในระดับฐานราก วิสาหกิจชุมชน SMEs ผู้ประกอบการรายใหญ่และสตาร์ทอัพ 4.การเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลกเข้าด้วยกัน และ 5.สร้างสมดุลระหว่างการนำเข้าเทคโนโลยี กับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ หลังจากที่ ดร.สุวิทย์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในปี 2563 ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Youth in Charge ‘การพัฒนาคน’ ในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 15-22 ปี ได้ร่วมออกแบบและสร้างอนาคตของตัวเองในมิติต่างๆ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของพลังเยาวชนจากหลากหลายพื้นเพ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญๆที่มีผลต่อชีวิต ความเป็นอยู่และอนาคตของเจนเรชั่นของพวกเขา จากปัญหาว่า ‘เสียงของเยาวชนมักไม่ค่อยมีผู้ใหญ่รับฟัง’ Youth in Charge จึงเป็นแพลตฟอร์มของการเป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยน พื้นที่กลางในการมีส่วนร่วม การฟังแล้วได้ยิน และเป้าหมายคือการนำไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรม
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” ชี้โมเดล ศก. BCG การปรับเปลี่ยนเชิงระบบและยุทธศาสตร์ Game Changer ที่แท้จริงของไทย Click
⮕ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” ปลุกพลัง 3 มหาวิทยาลัย สร้างคนใหม่ กำหนดอนาคตโลก Click
อ่านเรื่องราว
รศ.ดร.ปิยาณี คล้ายนิล-โยบาซ สำเร็จการจากคณะพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปี พ.ศ.2533 ปัจจุบันท่านปฏิบัติงาน ณ Alice Lee Centre for Nursing Studies Yong Loo Lin School of Medicine, National University of Singapore ท่านเป็นนักวิจัยทางการพยาบาลที่มีความสนใจงานวิจัยเกี่ยวกับ ความเครียด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และสุขภาพของบุคคลที่มีสุขภาพดีและผู้ที่มีอาการป่วยทางจิต การแทรกแซงทางจิตสังคมในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและสภาวะทางการแพทย์ ท่านได้พัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับภาวะทางสุขภาพจิตเป็นจำนวนมาก โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย อาทิ NUHS Bridging funds และ National Research. Council of Thailand, Thailand. ท่านมีผลงานการวิจัยที่มีการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติและนานาชาติที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและมีการรวบรวมไว้บนเว็บไซต์ Google Scholar ทั้งหมด 143 ฉบับโดยมีการอ้างอิงโดยรวม 4,880 รายการ h-index เท่ากับ 37 และ i10-index เท่ากับ 68 และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 รศ.ดร. ปิยาณี (คล้ายนิล) โยบาซ ได้รับการเสนอชื่อเป็นนักวิจัยที่มีการอ้างอิงสูง 2% อันดับแรกของโลก นอกจากนี้ท่านได้มีการส่งเสริมสุขภาพจิตของประชาชน โดยมีการเผยแพร่ความรู้ทางออนไลน์เพื่อสอนวิธีการกำหนดลมหายใจอย่างมีสติเพื่อจัดการกับความเครียดในช่องทางออนไลน์ในรายการ “Mindfulness Practice with Dr. Piyanee” จากความรู้ความสามารถในการพยาบาลสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ปี 2021 ท่านได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลกในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาแนวปฏิบัติทางด้านสุขภาพจิต
อ่านเรื่องราว
ผลงานที่โดดเด่น
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
ศ.ดร.อัมรินทร์ ทักชิญเสถียร มีประสบการณ์งานวิจัยทางการแพทย์หลากหลายรูปแบบ เช่น therapeutic study/randomized controlled trial, cohort study, diagnostic study, risk/prognosis study, and systematic review and meta-analysis โดยเฉพาะอย่างยิ่งงาน Systematic review and meta-analysis ได้พัฒนาระเบียบวิธีทบทวนวรรณกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเมต้าสำหรับงานวิจัยทาง genetic association studies ซึ่งงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหลักทางด้านระบาดวิทยาและสถิติทางการแพทย์
1) J Clin Epidemiol. 2003 Apr;56(4):297-303, 2) Am J Epidemiol. 2005 Aug 1;162(3):201-11, 3) Am J Epidemiol. 2006 Nov 1;164(9):813-22, 4) Am J Epidemiol. 2012 Sep 1;176(5):361-72), 5) Stat Med. 2005 May 15324(9): 1291-306) ต่อมาได้นำวิธีการดังกล่าวไปใช้และอ้างอิงอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาวิธีการวิเคราะห์แบบเมต้า ในสาขาการประเมินทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ และ Health Technology Assessment Programs ในปี 2017 ซึ่งผลงานตังกล่าวตีพิมพ์ใน Value Health. 2019 Dec;22(12):1458-1469 และได้มีการนำผลงานดังกล่าวมาใช้อ้างอิงต่อมามากมายได้พัฒนาและสร้าง real-world big data ของโรคติดต่อ เช่น diabetes, hypertension, chronic kidney disease, cardiovascular disease, atrial fibrillation, and stroke โดยใช้ข้อมูลจากการปฏิบัติทางคลินิกที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้จะเป็นแหล่งของโจทย์งานวิจัยสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่และกลางที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนสถาบันอื่น ๆ ในประเทศไทยต่อไป
จากผลงานดังกล่าว ส่งผลให้งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับสากลในฐานข้อมูล Scopus 283 เรื่อง (accessed 11/01/2023) 8664 citations และมี H-index 51 จากผลงานเชิงประจักษ์ดังกล่าว ทำให้ ศ. ดร.อัมรินทร์ ทักขิญเสถียร ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์ทางสถิติทางการแพทย์ เมื่อปี ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านนี้เพียงคนเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังถูกจัดอยู่ใน World Top 2% Scientists 3 ปีติดต่อกันระหว่างปี 2020 - 2022 โดย Elsevier BV(https://elsevier.digitalcommonsdata.com/datasets/ btchxkt2w/3)
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
คุณจิรพันธ์ โชติรัตนศักดิ์ผู้ก่อตั้งบริษัทอี-สแควร์ สิ่งแวดล้อมและวิศวกรรม จำกัด โดยได้นำความรู้และประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมใช้ในการดำเนินธุรกิจด้านการจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรมและการจัดการขยะมูลฝอยระดับประเทศ นอกจากนี้คุณจิรพันธ์ยังมีผลงานดีเด่นประเภทวิชาการ/วิจัยดังต่อไปนี้
‣ พ.ศ. 2555 ได้รับเกียรติจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้เป็นผู้วิจัยร่วมในโครงการ “โครงการลดโลกร้อนด้วยสาหร่ายเกลียวทองถวายพ่อหลวง” ได้นำเสนอทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9)
‣ พ.ศ. 2558 พัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบแบบเมมเบรนไบโอรีแอคเตอร์ (Membrane Bio Reactor) ในการบำบัดน้ำเสียในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีอัตราการไหลรวมมากที่สุดในประเทศไทย
‣ พ.ศ. 2558 พัฒนาแนวคิดระบบจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบผสมผสานด้วยเทคโนโลยี Maximum Energy Technique ประยุกต์ใช้ในโครงการจัดการมูลฝอยของประเทศตามนโยบายรัฐบาล และ คสช.
‣ พ.ศ. 2564 เป็นผู้ร่วมคิดค้นเทคโนโลยีกับศูนย์วิจัยเชื้อเพลิงและชีวมวล ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรนานาชาติ
อ่านเรื่องราว
ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร “บริษัท โฟลว์โฟล์ค จํากัด” (FlowFolk Co.,Ltd.) ที่มีความเชื่อว่า หากภูมิปัญญาและงานฝีมือของท้องถิ่นถูกทําให้มีชีวิตชีวาไปตามยุคสมัยจะสามารถทําให้ชุมชนท้องถิ่นนั้นน่าอยู่และมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้ โดยเน้นการนําหลักการวิจัยและพัฒนามาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเข้าศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาอาหารและโภชนาการเพื่อการพัฒนา หลักสูตรนานาชาติ (ปัจจุบันคือหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารเพื่อโภชนาการ หลักสูตรนานาชาติ สถาบันโภชนาการ) หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้เห็นและเข้าใจความสําคัญของคุณค่าทางโภชนาการในภาพรวมของทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหาร ตั้งแต่การเริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ไม่เพียงแค่นั้นยังทําให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ การออกแบบงานวิจัยที่ให้ความสําคัญกับการแก้ปัญหาและประโยชน์ที่จะส่งมอบให้ผู้บริโภค และการตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการหยิบยกผลงานนั้นไปใช้จริง
จากการที่คุณพนิตนาฏได้มีโอกาสร่วมงานวิจัยนวัตกรรมอาหารสําหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปากกับคณะอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทําให้ได้เห็นคุณค่าของการทํางานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และเห็นถึงคุณค่าของผลงานที่สามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อื่นให้ดียิ่งขึ้น เขาจึงอยากสานต่อการทํางานที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกกับสังคมต่อไป นอกจากนี้ยังเคยร่วมทีม “Happy Field Happy Farm” และเป็นหนึ่งในทีมผู้ชนะของโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 5” หรือ “Banpu Champions for Change 5” และภายหลังได้ตัดสินใจศึกษาต่อด้านอาหารที่ Wageningen University ซึ่งประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมานั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อเราลงมือทําสิ่งต่างๆ โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมก่อนแล้ว ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ในสังคม
อ่านเรื่องราว
ดร.เดวิดเป็นนวัตกรผู้เชี่ยวชาญในการสังเคราะห์และสร้างนวัตกรรม การสร้างและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์จากนวัตกรรม ตลอดจนเป็นผู้นำในระดับโลกของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และการเกษตรแบบนวัตกรรม บนพื้นฐานของประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหาร เทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีในภาคการเกษตรและปศุสัตว์ อุตสาหกรรมสุขภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการสร้างอุตสาหกรรมขึ้นใหม่ในประเทศไทย อาทิ อุตสาหกรรมการพัฒนานมแรกเกิด (Colostrum) เพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยเหลือการจัดการเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย ลดต้นทุนและสร้างรายได้เพิ่ม และสร้างธุรกิจเทคโนโลยีเติบโตในระดับสากล ผลงานเทคโนโลยีติดตามพฤติกรรมโคนมอัจฉริยะอย่างแม่นยำในเขตร้อนชื้น และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรการเกษตรของไทย พัฒนาวัตถุดิบทางการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 10 เท่า ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับในภูมิภาคยุโรป และภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบัน ดร.เดวิดได้รับรางวัลวิจัยและนวัตกรรมระดับนานาชาติมากกว่า 19 รางวัล
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ "ดร.เดวิด มกรพงศ์" รับการประกาศเกียรติคุณ จากเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ Click
⮕ "ดร.เดวิด มกรพงศ์" พัฒนาสารสกัดดอกดาวเรือง จนคว้ารางวัลใหญ่ระดับโลก Click
⮕ "ดร.เดวิด มกรพงศ์" คว้า 21 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ Click
⮕ “ดร.เดวิด มกรพงศ์” นักประดิษฐ์คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ Click
อ่านเรื่องราว
“สตาร์ทอัพภูธร” เกิดขึ้นเพื่อทำให้คนในสังคมชนบทเข้าถึงเทคโนโลยีได้ เพราะเรามองว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ คือ โอกาส และ รายได้ " เมื่อจบการศึกษาในระดับปริญญาโทจากวิทยาลัยการจัดการ คุณฐัชได้นำประสบการณ์ไปทำธุรกิจของครอบครัว เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจของ J&C (การพัฒนาร้านโชว์ห่วยให้กลายเป็น Modern Trade ที่มีการบริหารจัดการด้วยระบบเน็ตเวิร์ค) เกิดเป็นรูปแบบการทำธุรกิจใหม่จนได้รับทุนการศึกษาให้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีด้าน Digital Marketing และกลับมาผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมร้านค้าสร้างอาชีพเพื่อชุมชน J&C imart เปลี่ยนหน้าบ้านเป็นหน้าร้าน สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ ในสังคมผ่านระบบการจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียน Digital Provider โดย Depa (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) แบบระบบ omni- channel ควบคู่ไปกับระบบสมาชิกที่มีประโยชน์ร่วมกันในการผลิต- ซื้อ-ขาย-สินค้าในชุมชน ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงและเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ทั้งยืนยันได้จากรางวัลที่ได้รับมาตลอดช่วงปี 2020 - 2022 นั่นคือรางวัล The Best Retail Franchise โดย กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงล่าสุดที่ “ดร.ฐัช” เพิ่งก้าวขึ้นรับ “รางวัลสุดยอดบุคคล สาขา Digital Platform for Society” ในงาน Thailand Digital Awards 2022 ครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการโครงการพัฒนานักบริหารภาครัฐและภาคเอกชนสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมกันนี้ ระบบ platform J&C imart ยังได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชน และรัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การทำ MOU กับธนาคารกรุงไทย และกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (Depa) ในการพัฒนาสร้างผู้ประกอบการดิจิทัลในชุมชนทั่วประเทศไทย โดย จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ learning center และ co working space @Thailand Digital Valley ปัจจุบัน Platform J&C imart ได้สร้างผู้ประกอบการและส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงโอกาสมีรายได้ใน 200 ชุมชนทั่วประเทศไทย และขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมวางรากฐานในการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2569
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ “ดร.ฐัช หัชลีฬหา” สุดยอดคีย์แมนแห่งค่าย J&C กับการคว้ารางวัลศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่น ม.มหิดล Click
⮕ “ดร.ฐัช หัชลีฬหา”คว้ารางวัลสุดยอดบุคคล “สาขา Digital Platform for Society” Click
อ่านเรื่องราว
คุณศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ มีประสบการณ์กว่า 40 ปี ด้านการบูรณาการงานบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอนามัยสิ่งแวดล้อม และชีววิทยาสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลงานสำคัญจากโครงการความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ซึ่งมีผลกระทบต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกระดับตั้งแต่การผลักดันนโยบายและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ มีผลงานที่สำคัญในระดับประเทศ คือ
ระดับประเทศ
- โครงการภาครัฐและเอกชน เช่น การศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนสำหรับประเทศไทย (พ.ศ. 2562-2565)
- การสนับสนุนงานการศึกษาและสถาบัน เช่น เป็นที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา (พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
ระดับนานาชาติ
โครงการพัฒนาด้านพลังงานในประเทศ สปป. ลาว (พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน) และโครงการพัฒนาปิโตรเลียม และพลังงานในประเทศเมียนมา (พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน)
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
มหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายสร้างเสริมความผูกพันและรวมพลังศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะ
กรรมการบริหารและดำเนินงานสร้างความผูกพันศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล
999 อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล ชั้น 3 กองกิจการนักศึกษา ม.มหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
999 อาคารสิริวัฒนภักดี ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170