ย้อนกลับไปหน้า Alumni Recognition
รองศาสตราจารย์.กภ.กานดา ใจภักดี ในฐานะบัณฑิตกายภาพบำบัดรุ่นแรกของประเทศไทย ได้ร่วมก่อตั้งชมรมกายภาพบำบัดและดำรงตำแหน่งประธานคนแรกเมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นสมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย รองศาสตราจารย์.กภ.กานดา ในฐานะอาจารย์กายภาพบำบัดรุ่นแรกได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังทรัพย์เพื่อปลูกฝังศิษย์ให้เป็นนักกายภาพบำบัดที่ดีมีคุณธรรม หลักสูตรกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นรากฐานในการพัฒนาหลักสูตรกายภาพบำบัดให้แก่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเวลาต่อมา รองศาสตราจารย์.กภ.กานดา ได้เขียนบทความวิชาการ รายงานวิจัย และแต่งตำรา เรื่อง วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว ในฐานะข้าราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างสูง ตั้งมั่นในคุณธรรมความดี เสียสละ วิริยอุตสาหะ ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนกายภาพบำบัดได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรกายภาพบำบัดระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และร่วมผลักดันให้เกิดคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ ในมหาวิทยาลัยมหิดล และดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรก รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่าคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล และก่อตั้งมูลนิธิคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
ปัจจุบันรองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตลอดจนตำแหน่งทางการบริหารต่าง ๆ มามากกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากตำแหน่งหัวหน้างานอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยและองค์กรด้านสุขภาพอื่น ในระดับชาติและระดับนานาชาติ การได้รับรางวัลบุคลากรดีเด่นในระดับมหาวิทยาลัยและระดับนานาชาติ มีผลงานวิจัยทางด้านสาธารณสุขและด้านการส่งเสริมสุขภาพที่มี Publication ทั้งในระดับชาติและนานาชาติเป็นจำนวนมาก มีการแต่งหนังสือในด้านการส่งเสริมสุขภาพที่ได้รับการเผยแพร่และใช้ในการอ้างอิงและในการเรียนการสอนจำนวน 3 เล่ม เป็นอาจารย์ผู้สอนและที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์นิสิตไทยและนิสิตต่างชาติ ซึ่งมีผลงานตีพิมพ์ในระดับชาติและระดับนานาชาติ
เกียรติประวัติการได้รับรางวัล
| ปี พ.ศ. | ชื่อรางวัล | ชื่อองค์กรที่มอบ |
| 2544 | ข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดสุโขทัย | จังหวัดสุโขทัย |
| 2546 | หัวหน้างานอาชีวอนามัยดีเด่นระดับประเทศ | กระทรวงแรงงาน |
| 2553 | บุคลากรดีเด่นสายวิชาการ | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| 2559 | บุคลากรดีเด่นสายวิชาการ | มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| 2564 | ศิษย์เก่าดีเด่นบัณฑิตวิทยาลัย ประจำปี 2564 ประเภทการบริหาร | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| 2565 | ศิษย์เก่าดีเด่นวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
อ่านเรื่องราว
รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ชัยวัฒน์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในสาขาการพยาบาลเด็ก โดยเป็นที่ประจักษ์จากผลงานทางวิชาการและงานวิจัยจำนวนมาก ท่านได้พัฒนาเครื่องมือวิจัยและเครื่องมือประเมินที่จำเป็นต่อการส่งเสริมสุขภาพเด็กจำนวนมาก เช่น Thai State-Trait Anxiety Inventory for Children-Revised, Thai Child Medical Fear Scale, Thai Developmental Screening Tool for Infants and Toddlers (TDST), Thai Modified Checklist for Autism in Toddlers (TM-CHAT), Parental Feeding Behaviors (Indonesian) เป็นต้น สำหรับการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น ท่านได้ร่วมศึกษากระบวนการเลี้ยงดูวัยรุ่นที่มีสุขภาพดีในบริบทสังคมไทย และนำสู่งานวิจัยที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นด้านต่างๆ เช่น การจัดการความเครียด การละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างวิจัยเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนไทยในอีกหลากหลายด้าน งานที่สำคัญชิ้นหนึ่งคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการปฏิบัติอย่างอิสระของพยาบาล (Independent practice of professional nurse) โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งทำให้ในระยะต่อมามีการศึกษาวิจัยและผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Entrepreneurship ของพยาบาลเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการเป็นอาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.วราภรณ์สอนและเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก โดยเป็นกรรมการบริหารหลักสูตรพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต ตั้งแต่พ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2564 ท่านเป็นผู้ที่ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน มุ่งพัฒนานักศึกษาทั้งในด้านความรู้ ความสามารถทางการพยาบาลและการดำรงชีวิต บุกเบิกพานักศึกษาพยาบาลออกให้บริการสุขภาพทั้งในสถานบริการสุขภาพ ชุมชน รวมถึงแหล่งชุมชนด้อยโอกาส ในระยะหลังยังเป็นผู้นำในการเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผ่านสื่อออนไลน์รูปแบบต่างๆด้วย ท่านได้รับรางวัล อาจารย์ดีเด่นด้านการเรียนการสอน คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2552 และรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น สาขาการศึกษาพยาบาล ประเภทอาจารย์พยาบาล จากสมาคมนิสิตเก่า พยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากการสอนแล้ว ท่านยังได้นำความรู้ทางสาขาการพยาบาลเด็กไปใช้ในการบริการสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการ และเป็นวิทยากรประจำมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ เป็นอนุกรรมการบ้านเด็กจุฬาฯ ฯลฯ แม้ในระยะหลังด้วยภารกิจรอบด้าน ท่านจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกรรมการในลักษณะข้างต้นได้ แต่ก็ยังให้ความร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส ด้านการพัฒนาวิชาชีพ ท่านเป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล จึงทำหน้าที่ในฐานะอนุกรรมการและกรรมการชุดต่างๆ ในสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สภาการพยาบาล และสมาคมพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เมื่อวิชาชีพพยาบาลพัฒนาสู่ advanced nursing practice
รศ.ดร.วราภรณ์ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการยกร่างข้อบังคับสภาการพยาบาล ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์พยาบาล และต่อมาได้อยู่ในคณะผู้บริหารวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทยในการดำเนินการจัดสอบความรู้เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพที่สำเร็จปริญญาโททางการพยาบาลสามารถพัฒนาไปเป็นพยาบาลวิชาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา (Advanced Practice Nurse : APN) ด้านการบริหาร ท่านเคยดำรงตำแหน่งทางด้านการบริหารของคณะพยาบาลศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2544 โดยมีโอกาสในการรับผิดชอบงานที่หลากหลายทั้งด้านบริหาร ด้านแผนและการคลัง ด้านวิชาการ วิจัย วิเทศ และกิจการนิสิต ตลอดระยะเวลาการทำงาน ท่านได้มีโอกาสทำงานที่ท้าทายด้านต่างๆ มากมาย เช่น ได้ร่วมผลักดันและพัฒนาหลักสูตรพยาบาลมหาบัณฑิต Flexible learning หลักสูตรแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ต้องมีการพัฒนาบทเรียนในลักษณะหนังสือ เทปโทรทัศน์ และการเรียนการสอนในห้องเรียนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ท่านก็ได้เดินทางโดยรถไฟตู้นอนเพื่อไปพบกับนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่มีการสอนในหลักสูตรนี้ เพื่อให้พยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาตนเองให้สามารถดูแลสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่ประเทศไทยประสบภัยสึนามิในปีพ.ศ. 2547 ทันทีที่ทราบข่าว แม้สึนามิยังไม่สงบ ท่านร่วมเดินทางกับรศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ณ เวลานั้น เพื่อไปดูแลพยาบาลและประชาชนที่ประสบภัยสึนามิ ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆมาร่วมวางแผนในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และนำสู่การจัดการศึกษาพยาบาลภาคปฏิบัติในศูนย์พักพิงในจังหวัดภาคใต้โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ และในปีพ.ศ. 2554 เมื่อประเทศไทยประสบมหาอุทกภัย ท่านได้เป็นกำลังหลักของคณะพยาบาลศาสตร์ ในการจัดตั้งหน่วยบริการสุขภาพประชาชนที่อพยพลี้ภัยน้ำท่วม มาอยู่ในศูนย์พักพิงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมมาที่ศูนย์พักพิงด้วยตนเองทุกวันเนื่องจากบุคลากรสุขภาพมีจำกัด ท่านได้นำความรู้ที่ได้จากการบริหารจัดการกำลังคน และทรัพยากรต่างๆ ในช่วงดังกล่าวมาจัดทำเป็นบทเรียนให้กับนักศึกษาอีกเช่นกัน จากประสบการณ์การทำงานบริหารที่หลากหลายรอบด้าน รศ.ดร.วราภรณ์จึงได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560 – 2564 ท่านเป็นผู้บริหาร ที่มีวิสัยทัศน์และนำพาคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางการศึกษาทางการพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ ในระหว่างการดำรงตำแหน่งคณบดี ได้มีการระบาดของ Covid-19 มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสังคม เนื่องจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่มีโรงพยาบาลในสังกัด การดำเนินงานในส่วนพยาบาลของศูนย์บริการวัคซีน อาคารจามจุรีสแควร์ คณะพยาบาลศาสตร์จึงเป็นแกนหลัก รศ.ดร.วราภรณ์ได้ใช้ความรู้ และประสบการณ์ ในฐานะพยาบาลและผู้บริหารองค์กร ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภายนอก และอาสาสมัคร ในการบริหารจัดการกำลังคน ทรัพยากร รวมถึงระบบการทำงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย การที่ท่านนำอาจารย์ และนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก มาร่วมให้บริการแก่ประชาชนทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-20.00 น และการให้บริการออนไลน์ต่างๆ ทำให้เกิดนักศึกษาและอาจารย์มีมุมมองในการสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลต่อไปอีกมาก รศ.ดร.วราภรณ์ในฐานะคณบดีได้นำคณะให้ปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในลักษณะ Multifunction, Shared Service, E-document และการทำงานออนไลน์เต็มรูปแบบ ด้านวิชาการส่งเสริมให้เกิด Joint Research Seminar กับมหาวิทยาลัยนานาชาติ การแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต่างชาติทั้งในลักษณะ onsite และ online นอกจากนี้ยังผลักดันให้คณะฯ ร่วมพัฒนาต้นแบบการศึกษาร่วมกันระหว่างสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ (Interprofessional education) ที่เป็นการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จําลองเสมือนจริงออนไลน์ (Virtual simulation) และผลักดันให้เกิดหลักสูตรทางการพยาบาลใหม่ซึ่งเป็นหลักสูตร Double degree ในระดับบัณฑิตศึกษากับ Kobe University, ประเทศญี่ปุ่น
อ่านเรื่องราว
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นผู้พัฒนาและผลักดันแนวคิด Thailand 4.0 ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย Thailand 4.0 เป็นโมเดลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำและกับดักความไม่สมดุล ในบริบทของพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้วางไว้ โดยใช้แนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในช่วงปี 2562 – 2563 ดร.สุวิทย์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทุกประเทศสามารถนำไปใช้ได้โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เนื่องจากความท้าทายในยุคปัจจุบันคือ ‘stakeholder’ ที่กระจายในทุกภาคส่วน แต่การใช้ BCG จะช่วยรวมคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ด้วยกันและทำให้มีเป้าหมายเดียวกัน เศรษฐกิจในแบบ BCG มีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.อาศัยจุดแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2.การกระจายตัวของสาขายุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวนพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป 3.การกระจายตัวของผู้ประกอบการ ครอบคลุมผู้ประกอบการในระดับฐานราก วิสาหกิจชุมชน SMEs ผู้ประกอบการรายใหญ่และสตาร์ทอัพ 4.การเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลกเข้าด้วยกัน และ 5.สร้างสมดุลระหว่างการนำเข้าเทคโนโลยี กับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ หลังจากที่ ดร.สุวิทย์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในปี 2563 ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Youth in Charge ‘การพัฒนาคน’ ในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 15-22 ปี ได้ร่วมออกแบบและสร้างอนาคตของตัวเองในมิติต่างๆ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของพลังเยาวชนจากหลากหลายพื้นเพ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญๆที่มีผลต่อชีวิต ความเป็นอยู่และอนาคตของเจนเรชั่นของพวกเขา จากปัญหาว่า ‘เสียงของเยาวชนมักไม่ค่อยมีผู้ใหญ่รับฟัง’ Youth in Charge จึงเป็นแพลตฟอร์มของการเป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยน พื้นที่กลางในการมีส่วนร่วม การฟังแล้วได้ยิน และเป้าหมายคือการนำไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรม
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” ชี้โมเดล ศก. BCG การปรับเปลี่ยนเชิงระบบและยุทธศาสตร์ Game Changer ที่แท้จริงของไทย Click
⮕ “สุวิทย์ เมษินทรีย์” ปลุกพลัง 3 มหาวิทยาลัย สร้างคนใหม่ กำหนดอนาคตโลก Click
อ่านเรื่องราว
รศ.ดร.ปิยาณี คล้ายนิล-โยบาซ สำเร็จการจากคณะพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปี พ.ศ.2533 ปัจจุบันท่านปฏิบัติงาน ณ Alice Lee Centre for Nursing Studies Yong Loo Lin School of Medicine, National University of Singapore ท่านเป็นนักวิจัยทางการพยาบาลที่มีความสนใจงานวิจัยเกี่ยวกับ ความเครียด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และสุขภาพของบุคคลที่มีสุขภาพดีและผู้ที่มีอาการป่วยทางจิต การแทรกแซงทางจิตสังคมในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและสภาวะทางการแพทย์ ท่านได้พัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับภาวะทางสุขภาพจิตเป็นจำนวนมาก โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย อาทิ NUHS Bridging funds และ National Research. Council of Thailand, Thailand. ท่านมีผลงานการวิจัยที่มีการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติและนานาชาติที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและมีการรวบรวมไว้บนเว็บไซต์ Google Scholar ทั้งหมด 143 ฉบับโดยมีการอ้างอิงโดยรวม 4,880 รายการ h-index เท่ากับ 37 และ i10-index เท่ากับ 68 และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 รศ.ดร. ปิยาณี (คล้ายนิล) โยบาซ ได้รับการเสนอชื่อเป็นนักวิจัยที่มีการอ้างอิงสูง 2% อันดับแรกของโลก นอกจากนี้ท่านได้มีการส่งเสริมสุขภาพจิตของประชาชน โดยมีการเผยแพร่ความรู้ทางออนไลน์เพื่อสอนวิธีการกำหนดลมหายใจอย่างมีสติเพื่อจัดการกับความเครียดในช่องทางออนไลน์ในรายการ “Mindfulness Practice with Dr. Piyanee” จากความรู้ความสามารถในการพยาบาลสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ปี 2021 ท่านได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลกในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาแนวปฏิบัติทางด้านสุขภาพจิต
อ่านเรื่องราว
ผลงานที่โดดเด่น
#MahidolUniversityNotableAlumni
อ่านเรื่องราว
● Healthcare เป็นผู้พัฒนายาจากสมุนไพรเพื่อรักษาเริมในปากเด็ก ได้คิดค้นพัฒนาผลิตยากลีเซอรีนพญายอ โดยเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตยาจากสมุนไพรไทย ปัจจุบัน ดร. ภญ. สุภาภรณ์ มีส่วนผลักดันศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อเป็นหน่วยที่ทำการรวบรวมข้อมูลความรู้สมุนไพร
● Manufacturing & Industry เป็นผู้ริเริ่มให้เกิดการผลิตยาจากสมุนไพรที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย เป็นผู้ผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยปัจจุบันมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับมาตรฐานGMP-PIC/S และได้รับการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้เทียบเท่ากับมาตรฐานของสหภาพยุโรป(EU-GMP)
● Social Impact เป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรมุ่งหวังจะเสริมศักยภาพของประชาชนในการนำไปประกอบอาชีพ ซึ่งโครงการนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการดีเด่นของชาติสาขาพัฒนาสังคม (ด้านสมุนไพรไทย) จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติในปี พ.ศ. 2545
● Education เป็นผู้รวบรวมองค์ความรู้สมุนไพรจากหมอยาพื้นบ้านในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการส่งต่อข้อมูลการใช้จากบรรพบุรุษนำมาเรียบเรียงถ่ายทอดเป็นหนังสือบันทึกแผ่นดินทั้งหมด 12 เล่มและข้อมูลความรู้สมุนไพรอื่นๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551-ปัจจุบัน
ดร. ภญ. สุภาภรณ์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดลในระดับปริญญาตรี-เอกดังนี้
| ปี พ.ศ. | วุฒิการศึกษา | คณะ/สถาบัน/ |
| 2525 | ปริญญาตรี สาขา เภสัชศาสตร์ | คณะเภสัชศาสตร์ |
| 2540 | ปริญญาโท สาขา การบริหารการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน | สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน |
| 2547 | ปริญญาเอก สาขา สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข | คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ |
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ สุภาภรณ์ ปิติพร : เภสัชกรหญิง ผู้บุกเบิกสมุนไพรอภัยภูเบศร Click
อ่านเรื่องราว
รองศาสตราจารย์ ดร. วรัญญู พูลเจริญ ได้พัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารีคอมบิแนนท์โปรตีนจากพืช ในการนำไปใช้เป็นยาและวัคซีนสำหรับรักษาและป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคอีโบล่า โรคมือเท้าปาก โรคมะเร็ง เป็นต้น โดยมีงานวิจัยในวารสารระดับนานาชาติมากมาย เช่น PNAS, Plant Biotechnology Journal, Scientific Reports เป็นต้น มีการพัฒนางานวิจัยให้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น การพัฒนาโปรตีนจากพืชเพื่อนำไปใช้เป็นชุดตรวจแอนติบอดีโควิด 19 และมีการนำไปใช้ในการสกรีนผู้ที่เคยได้รับเชื้อไวรัสโควิด 19 ในช่วงปีแรกของการระบาดของโรค นอกจากนั้น วัคซีนจากพืชที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นสำหรับโรคโควิด 19 ปัจจุบันยังมีการพัฒนาจากห้องปฏิบัติการนำไปสู่การทดสอบในมนุษย์เฟส 1 และกำลังจะเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ในเฟส 2 ในช่วงต้นปี 2566 โดยการพัฒนานี้เกิดขึ้นทั้งหมดในประเทศไทย การพัฒนาวัคซีนจากห้องปฏิบัติการสู่การทดสอบในมนุษย์ เป็นการสร้างพื้นฐานองค์ความรู้ สร้างทีมวิจัย ให้มีการเตรียมพร้อม ที่จะสามารถพัฒนายาหรือวัคซีนชนิดอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนายาและวัคซีนของประเทศต่อไปในอนาคต ผลงานดีเด่นที่สมควรได้รับรางวัลในประเภทวิชาการ/วิจัย คือการนำองค์ความรู้ที่ได้จากการทำวิจัยในประเทศ ประยุกต์และทำงานร่วมกับนักวิจัยในสาขาต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง ดังจะเห็นได้จากการนำองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาในการผลิตรีคอมบิแนนท์โปรตีนจากพืชในการพัฒนาเป็นวัคซีนและยาสำหรับโรคต่าง ๆ และองค์ความรู้เหล่านี้สามารถทำให้เกิดการพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น องค์ความรู้ที่ได้จากการพัฒนาวัคซีนโควิดก็ยังคงสามารถนำไปประยุกต์ในการพัฒนาวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆได้ต่อไป
#MahidolUniversityNotableAlumni
Related Stories
⮕ ถอดสูตร “วรัญญู พูลเจริญ” ผลิตวัคซีนเพื่อคนไทย โดยคนไทย Click
⮕ รศ.ดร.วรัญญู พูลเจริญ ผู้พัฒนา “วัคซีนใบยาสูบ” สู้โควิด-19 ความหวังของคนไทย Click
อ่านเรื่องราว
อาจารย์วิทวัส สัจจาพงศ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์ประจำหลักสูตรโภชนาการและการกำหนดอาหาร โดยตั้งใจนำความรู้และทักษะที่ได้รับมาจากการศึกษาในระดับปริญญาเอก มาพัฒนาการเรียนการสอน ในหลักสูตรเพื่อให้นิสิตที่จบจากหลักสูตรมีความรู้และความมั่นใจในการประกอบวิชาชีพหลังจบการศึกษา
โดยเน้นให้นิสิต ได้ปฏิบัติงานในชุมชน โดยเป็นผู้ริเริ่มทำโครงการการพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนผู้สูงอายุ: จากแหล่งเรียนรู้สู่การ ปรับตำรับอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งได้ผลลัพธ์ทั้งหลักสูตรระยะสั้นด้านโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุและได้พัฒนาตำรับอาหารพื้นบ้านให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น
นอกจากนั้นยังริเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกจากจิ้งหรีดเพราะเห็นว่า จิ้งหรีดเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่เหมาะกับคนทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการโปรตีนแต่มีปัญหาด้านการเคี้ยว จนปัจจุบันกำลังพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดโดยเปลี่ยนฟาร์มจิ้งหรีดจากเดิมที่เลี้ยงแบบแนวนอนให้เป็นฟาร์ม แบบแนวตั้งที่มีระบบอัตโนมัติมากขึ้น
สำหรับด้านการสอน ได้รับการประเมินให้ได้รับรางวัลอาจารย์มืออาชีพ (UP- Professional Standard Framework: UP-PSF) และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่นิสิตด้านการผลิตนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ โดยส่งทีมนิสิตจากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นทีมตัวแทนจากภาคเหนือเข้าร่วมแข่งขัน Research to Market Thailand ในรอบระดับประเทศ และสิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือการที่ตนเองได้ใช้ความรู้และทักษะที่ได้เรียนจากหลักสูตรโภชนศาสตร์มาผลิตผลงานจนเป็นที่ประจักษ์และได้รับรางวัลบุคลากรสายวิชาการดีเด่น สาขารับใช้สังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปี 2565
อ่านเรื่องราว
ผู้นำทางวิชาชีพพยาบาล มุ่งมั่นเพื่อพัฒนามาตรฐานการพยาบาลของประเทศไทย เป็นประธานจัดโครงการร่วมผลิตบัณฑิต ระดับปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย และนำพาการศึกษาพยาบาลไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ นอกจากนั้น ยังมีบทบาทในการบริหารองค์กรวิชาชีพในประเทศ โดยได้ดำรงตำแหน่งนายกสภาการพยาบาล ถึง 4 วาระ และตำแหน่งสำคัญอื่นๆอีกมากมาย เพื่อขับเคลื่อนระบบนโยบายสาธารณสุขของประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร. ทัศนา บุญทอง มีผลงานที่โดดเด่นในระดับนานาชาติอีกด้วย ท่านได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นกรรมการใน WHO Technical Working Group ในปี 2550-2552 เพื่อจัดทำ Global Health Workers Policy และ Codes of Practice และ WHO Global Advisory Group for Health and Nursing Development เป็นต้น จากความรู้ความสามารถและความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ในปี 2561 ท่านได้รับรางวัล “ศรีสังวาลย์” สาขาผู้นำทางการพยาบาลระดับนโยบาย”
อ่านเรื่องราว
มหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายสร้างเสริมความผูกพันและรวมพลังศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะ
กรรมการบริหารและดำเนินงานสร้างความผูกพันศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล
999 อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล ชั้น 3 กองกิจการนักศึกษา ม.มหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
999 อาคารสิริวัฒนภักดี ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170