โทรติดต่อ:
คุณ
เอกพงษ์
ปานสุวรรณ

นวัตกรรมบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสุขภาพ :
คุณเอกพงษ์เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในการพัฒนาระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมสุขภาพ มีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพและอุตสาหกรรมการผลิต (โรงงานผลิต) เป็นผู้นำในการวางระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) และ SAP ใน module MM, WMS และ TMS สำหรับคลังสินค้าและการขนส่ง โดยออกแบบระบบจัดเก็บสินค้า (Fix BIN / Random BIN) ตามลักษณะการเคลื่อนไหวของสินค้า ส่งผลให้สามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ในด้านอุตสาหกรรมรักษาพยาบาล (โรงพยาบาล) ออกแบบและวางระบบ ERP แบบรวมศูนย์ (Centralized) ครอบคลุมระบบบัญชี จัดซื้อ และไอที พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการยา (Closed Loop Medication Management System: CLMMS) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน HIMSS Analytics Stage 6 ช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย และด้านอุตสาหกรรมขายปลีก(ร้านขายยา) รับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติการเครือร้านขายยา 104 สาขา ทั่วประเทศ ในการนำการเปลี่ยนแปลงระบบงานหน้าบ้าน (งานขาย POS) และนำระบบ ERP (People soft) มาจัดการระบบงานหลังบ้านแบบศูนย์กลาง (Centralize) ได้แก่ระบบงานการจัดการสินค้าคงคลัง, ระบบงานจัดซื้อ ระบบงานขนส่ง และศูนย์กระจายสินค้า ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการระบบงานห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้กับร้านขายยาเครือข่ายที่อยู่ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยผลงานโดดเด่นในการออกแบบและพัฒนาระบบ ERP ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งโรงงานผลิต โรงพยาบาลและร้านขายยา ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการออกแบบแนวคิดการรวมศูนย์จัดซื้อ (Central Procurement) ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลของธุรกิจลักษณะเครือข่ายเข้ากับระบบ ERP ผ่าน API ที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล พร้อมใช้การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และ AI ในการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างราบรื่นและปลอดภัย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความโปร่งใส และช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ สามารถเพิ่มเวลาในการดูแลผู้ป่วยโดยตรง นอกจากนี้ยังนำแนวคิด Environment, Social และ Governance (ESG) มาปรับใช้ในการบริการจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อการพัฒนาระบบที่ยั่งยืน ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ แต่สะท้อนถึงคุณค่าที่สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดลในการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ และช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างแบบอย่างในการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
สุภัชญา
เตชะชูเชิด

ผู้ร่วมก่อตั้ง Refill Station รักษ์โลกที่แรกในไทย :
ดร.สุภัชญาเป็นผู้ริเริ่มการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้สร้างคุณูปการสำคัญต่อความยั่งยืนและการพัฒนาสังคมผ่านผลงานที่มีนวัตกรรมและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในฐานะผู้จัดการสิ่งแวดล้อมอาวุโส มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เธอได้เป็นส่วนสำคัญในโครงการการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้ระบบคาร์บอนเครดิตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Refill Station โดยการนำแนวคิดเรื่อง Circular Economy มาสร้างร้านค้าแบบเติมแห่งแรกในประเทศไทยที่มุ่งลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคนำภาชนะมาเองเพื่อซื้อและเติมผลิตภัณฑ์ เช่น แชมพู น้ำยาล้างจาน และสินค้าอื่น ๆ ดร.สุภัชญาเป็นตัวอย่างของผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในคำสอนที่ว่า “ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ในการเป็นผู้นำและใช้ความสามารถในการผสมผสานการแก้ปัญหาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเข้ากับเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระดับโลก ทำให้เกิดโครงการที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
“มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ใช่เพียงแค่สถานศึกษาที่ให้ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ทุกบทเรียนที่ได้รับจากมหิดลไม่เพียงอยู่ในตำรา แต่ยังสอนให้เรามองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการทำงานเพื่อวิทยาศาสตร์และสังคม ความเป็นมหิดลนี้ไม่สิ้นสุดเมื่อวันสำเร็จการศึกษา เพราะความช่วยเหลือ คำแนะนำ และการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ฉันภูมิใจที่ได้เป็นต้นไม้ที่เติบโตจากรั้วมหิดล และพร้อมจะยังประโยชน์เพื่อคนอื่นดังคำสอนของพระราชบิดา” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
ศิรัส
โชติเวทธำรง

ผู้ผลักดันการแข่งขันผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย :
คุณศิรัสสามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ประกอบกับประสบการณ์ในการทำงาน นำมาประยุกต์ใช้ในการร่วมออกแบบและบริหารการจัดทำโปรแกรมการฝึกอบรมภายในสถาบันไทย-เยอรมัน เพื่อเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยการยกระดับนวัตกรรม เทคโนโลยี และมนุษย์ โดยเฉพาะด้านกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม Robotics เครื่องจักรและแม่พิมพ์ และยังช่วยพัฒนาสมรรถนะและทักษะกำลังบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมผ่านการจัดฝึกอบรมด้านต่าง ๆ เพื่อผลักดัน ช่วยพัฒนา และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมในประเทศสามารถแข่งขันได้ในยุค Industrial 4.0 รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Change Agent)
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ศ.ดร.
ศันสนีย์
ไชยโรจน์

นักวิทยาศาสตร์ผู้ยกระดับอุตสาหกรรมทางการแพทย์ในไทย :
ศ.ดร.ศันสนีย์ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากผลงานเรื่องการค้นพบ Trypsin-insensitive Ligand บนผิวเม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อมาลาเรียชนิดมาลาเรียชนิดฟัลซิปารัมและ Adhesion Molecule ชนิดใหม่บนเซลล์บุผนังหลอดเลือด ทำให้แอนติเจนใหม่หลายชนิดเกิดขึ้นบนผิวเม็ดเลือดแดง การเปลี่ยนแปลงของผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อ เกี่ยวข้องกับการเกาะติดของเม็ดเลือดแดงกับเซลล์บุผนังหลอดเลือด ซึ่งในปัจจุบันคาดว่าเป็นกลไกหนึ่งของพยาธิสภาพในการเกิดมาลาเรียขึ้นสมอง ปัจจุบัน ศ.ดร.ศันสนีย์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานวิชาการและงานวิจัยทางการแพทย์ผ่านการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในตำแหน่งต่าง ๆ ที่เป็นผู้ให้ทุนและผลักดันงานวิจัยในระดับประเทศ เช่น ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มสุขภาพและการแพทย์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กรรมการในคณะกรรมการบริหารศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และกรรมการในคณะอนุกรรมการการอุดมศึกษาด้านการวิจัย ด้านนโยบายและแผน ด้านพลิกโฉมมหาวิทยาลัย เป็นต้น

“Careers are a lifelong journey full of growth, learning, and giving back. As a higher education professional, this journey has come full circle by returning to where it all began - Mahidol University. Working at my Alma Mater has been an extremely rewarding experience.

Being a part of this institution not only makes me feel empowered and inspired, but it allows me to make meaningful contributions by nurturing minds and inspiring change to positively impact the lives of others. That is why I take immense pride in being a Mahidol University Alumni!” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ศาสตราจารย์ ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์

 

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
ณรงค์ศักดิ์
สุขมา

ผู้เป็นเลิศด้านการวิจัยและบริหารจัดการระบบไอที :
ดร.ณรงค์ศักดิ์ได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม: การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน ในฐานะ Chief Information Officer (CIO) ของบริษัท เคบี เจ แคปปิตอล โดยได้ออกแบบสถาปัตยกรรม องค์กรบูรณาการระบบไอที เพื่อลดและป้องกันการฉ้อโกง โดยสร้างระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนและการส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัย ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยได้ริเริ่มโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ CIO Roundtable แลกเปลี่ยนความรู้ในอุตสาหกรรมประกันภัย โครงการ OIC InsurTech Award ส่งเสริมนวัตกรรมประกันภัยรูปแบบใหม่ และโครงการ Thailand InsurTech Fair สร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนความรู้ระดับนานาชาติ ด้านการพัฒนาบุคลากร: ได้ช่วยพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น Financial Sector Cybersecurity New Gen พัฒนาทักษะนิสิตนักศึกษาด้านความปลอดภัยทางข้อมูล และวิทยากรงานสัมมนาระดับชาติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ด้านการศึกษา: ได้เป็นอาจารย์พิเศษและบรรณาธิการวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาวงการเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยผลงานเหล่านี้สะท้อนการนำความรู้ไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างประโยชน์ต่อสังคมและก่อให้เกิดนวัตกรรมที่มีคุณค่าในระดับชาติและนานาชาติ
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
ปวีณา
อุทัยนวล

ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาเครื่องมือแพทย์ระดับสากล :
ดร.ปวีณาได้ต่อยอดการทำงานด้าน Biomedical Engineering (Medical Device Regulations) ที่นอกเหนือจากงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการทำวิจัยทางคลินิก โดยเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรที่มีศักยภาพภายในมหาวิทยาลัยมหิดลที่ประกอบไปด้วยหลายหน่วยงานที่สามารถส่งเสริมให้เกิดการนำผลิตภัณฑ์งานวิจัยออกสู่ตลาดโลกและมีมาตรฐาน ชักจูงนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้มาใช้บริการงานวิจัยหรือระบบการทดสอบของมหาวิทยาลัยมหิดล อาทิเช่น การทำวิจัยทางคลินิกหรือการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องมือแพทย์ เป็นการร่วมมือและหารือร่วมกันเพื่อให้เกิดการทดสอบที่ได้มาตฐานที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีผลงานในการจุดประกายให้บริษัท Start-Up ในประเทศไทยมองเห็นภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้นผ่านการบรรยายถ่ายทอดความรู้และช่วยให้บริษัทส่วนหนึ่งสามารถขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์กับ US FDA 510(k) การผลักดันการทำวิจัยทางคลินิกมาทำที่ประเทศไทย ส่งเสริมงานวิจัยทางด้านคลินิกและได้รับการตีพิมพ์เอกสารวิชาการระดับนานาชาติให้การบรรยายพิเศษกับเจ้าหน้าที่ อย. ในส่วนของความเข้าใจในเรื่องการ Review เอกสารด้าน Software and AI/ML การบรรยายพิเศษกับกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ MED Drive ในหัวข้อหลักการเบื้องต้นมาตรฐาน US FDA 510(k) เป็นต้น
“มหาวิทยาลัยมหิดลช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางการทำงานโดยเฉพาะทางด้านการแพทย์ ช่วยให้ข้าพเจ้ามีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ช่วยพัฒนาตนเองให้สามาถสร้างสรรค์งานที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลโดยไม่ปิดกั้นการเรียนรู้ใหม่ ๆ ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันแห่งนี้” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร. ปวีณา อุทัยนวล
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
พัชรพล
สุทธิธรรม

ผู้สร้างนวัตกรรมธุรกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน :
ดร.พัชรพล เป็นบุคคลที่โดดเด่นในการนำความรู้ด้านการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการบริหาร องค์กร มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยผลงานของท่านได้สนับสนุนและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในหลายด้าน ดังนี้ การสร้างนวัตกรรมเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน: ท่านได้นำความรู้จากงานวิจัยด้านการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาพัฒนารูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารเสริม ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวคิดความ ยั่งยืน ผลงานวิจัยของท่านในหัวข้อ “Conceptual Models of Franchisee Behaviors in the Dietary Supplements and Cosmetics to Imply the Business Investments” ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Sustainability (Q1) ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำระดับนานาชาติ โดยเน้นการสร้างธุรกิจที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ และชุมชนในระยะยาว การสนับสนุนชุมชนด้านการศึกษาและศาสนา: ท่านเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เช่น การบริจาคทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลเป็นประจำทุกปี การสนับสนุนและการพัฒนาศาสนสถาน การสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและนานาชาติ โดยผลงานของท่านได้นำไปสู่การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ เช่น Prime Minister's Business Enterprise Award รางวัลสูงสุดสำหรับผู้ส่งออกดีเด่นที่สร้างภาพลักษณ์ที่ ดีให้กับสินค้าไทยในตลาดโลก และ IP Champion สำหรับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างสร้างสรรค์และมีผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ รางวัลเหล่านี้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และยกระดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจไทย การเป็นแบบอย่างของผู้นำที่สนับสนุนความยั่งยืน ท่านได้นำองค์ความรู้และแนวคิดด้านความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยมหิดล ไปใช้ในการบริหารองค์กรที่ไม่เพียง มุ่งหวังผลกำไร แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยท่านมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการด้านการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การศึกษา และการพัฒนาสุขภาพของชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ผลงานของท่านแสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและ ชุมชน ทั้งในด้านการศึกษา ศาสนา และเศรษฐกิจ ท่านไม่เพียงเป็นผู้นำที่มีความสามารถ แต่ยังเป็นแบบอย่างของ ผู้สร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่สังคมไทยและนานาชาติ
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
วิศรุต
ตั้งสุนทรขัณฑ์

วิศวกรผู้ช่วยพัฒนาด้านการผลิตเชื้อเพลิงของชาติ :
ดร.วิศรุต ส่งเสริมการพัฒนาโครงการนำก๊าซธรรมชาติไปใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้งเป็นการส่งเสริมการนำก๊าซธรรมชาติที่ผลิตขึ้นมาได้พร้อมกับการผลิตนน้ำมันดิบหรือเรียกว่า Associated Gas ที่มีปริมาณน้อยและแรงดันต่ำ (Low Pressure) ไปใช้ประโยชน์โดยการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตการเกษตรแทนการใช้ก๊าซ LPG รวมถึงมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการต่างๆ เช่น โครงการรื้อถอนอุปกรณ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย (Thailand E&P Installations Decommissioning Project) โครงการวางแผนการจัดการก๊าซคาร์บอนในประเทศไทย (Thailand Carbon Capture and Storage (CCS) Roadmap Project) และโครงการใช้ประโยชน์จากก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ (Flare Gas Utilization Project) นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในการสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในภาควิชาวิศวกรรมปิโตรเลียมในมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย เป็นต้น
#MahidolUniversityNotableAlumni

 

อ่านเรื่องราว

ดร.
ปิยะวัฒน์
จริยเศรษฐพงศ์

วิศวกรผู้ใช้เทคโนโลยีอวกาศและความยั่งยืน :
ดร.ปิยะวัฒน์ เป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบโครงการทางด้านอวกาศกับความยั่งยืน โดยได้ดำเนินโครงการประเมินผลการกักเก็บคาร์บอนเครดิตในภาคป่าไม้ โดยใช้เทคโนโลยีอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ (Remote Sensing with AI/MI Space) โดยบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้รับการอนุมัติรองรับโมเดลจากองค์กรบริหารก๊าซเรือนกระจกแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นโมเดลทางการวิเคราะห์การกักเก็บคาร์บอนเครติดในภาคป่าไม้ที่ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและระบบปัญญาประดิษฐ์มาประมวลผล โดยโมเดลดังกล่าวได้รับการอนุมติเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ต่อยอดไปยังต่างประเทศ และจะส่งเสริมให้ขยายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในมิติการดำเนินโครงการและลดค่าใช้จ่ายของโครงการลงอย่างมาก สนับสนุนต่อภาวการณ์ร่วมมือกันลดสภาวะโลกร้อนในภาคป่าไม้ โดยเฉพาะป่าชุมชน การผลักดันแนวคิดเรื่องอวกาศและความยั่งยืน (AI Space for Sustainability) จะทำให้เกิดการขยายตัวเพื่อนำมาประยุกต์ใช้และส่งผลในทางบวกอย่างมากในอนาคต นอกจากนี้ ดร.ปิยะวัฒน์ ยังร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานจากโครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทยและสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมทุน ในงาน Space Economy Lifting off 2022 โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเศรษฐกิจอวกาศด้วย
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
เจษฎา
อานิล

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้าน AI การศึกษาและคุณภาพชีวิต :
ดร.เจษฎา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์และวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษา ท่านมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้าน AI ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาคมกว่า 50,000 คน นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมที่ได้รับสิทธิบัตรหลายชิ้น รวมถึงอุปกรณ์ช่วยเดินสำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและระบบตรวจวัดความง่วง ผลงานเด่นระดับชาติของท่านรวมถึงโครงการ “Coding Thailand” ที่ฝึกอบรมครูกว่า 1,500 โรงเรียนทั่วประเทศ และการร่วมมือกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ ในระดับนานาชาติ ท่านได้รับรางวัลชนะเลิศ Scottish Circular Economy EDGE และเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน Cybathlon 2016 ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์ ต่อสังคมอย่างยั่งยืน
"ในฐานะศิษย์เก่าและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันแห่งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลไม่เพียงมอบความรู้ทางวิชาการ แต่ยังปลูกฝังค่านิยมสำคัญในการใช้ความรู้เพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาและทำงานที่นี่ ผมได้เห็นความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคม" ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร. เจษฎา อานิล
#MahidolUniversityNotableAlumni

 

อ่านเรื่องราว