โทรติดต่อ:
ดร.นพ.
อรรถเกียรติ
กาญจนพิบูลวงศ์

ผู้บุกเบิกระบาดวิทยา NCDs และนวัตกรรมป้องกันโรค :
ดร.นพ.อรรถเกียรติเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการทางระบาดวิทยาสำหรับโรคไม่ติดต่อ ซึ่งจากเดิมนั้นระบาดวิทยามีพื้นฐานจากโรคติดต่อเป็นหลัก ท่านได้พัฒนากระบวนการและกรอบแนวคิดด้านระบาดวิทยาเพื่อใช้สำหรับการจัดการโรคไม่ติดต่อ โดยประยุกต์แนวคิดทฤษฎีพื้นฐานทางระบาดวิทยา องค์ความรู้และกลไกการเกิดโรคไม่ติดต่อที่มีบริบทเฉพาะตัว ทฤษฎี Socio-Ecological Model ทิศทางนโยบายระดับโลก Life Course Approach, Setting Approach, Health Service System, Data Management และความเข้าใจในปัญหาอุปสรรคของผู้ที่ทำงานด้านโรคไม่ติดต่อ แสวงหาภาคีเพื่อร่วมขับเคลื่อนทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการเฝ้าระวังเหตุการณ์สำหรับโรคไม่ติดต่อ หลักสูตรและกระบวนการดังกล่าวถูกสร้างเป็นเนื้อหาหลักสูตรที่ผนวกอยู่ใน Field Epidemiology Training Program ที่เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันแขนงระบาดวิทยา นอกจากนั้นท่านยังพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น 6-8 เดือนสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านโรคไม่ติดต่อทั้งนักวิชาการสาธารณสุข และพยาบาล รวมถึงหลักสูตรสำหรับแพทย์ผู้ดูแลงานโรคไม่ติดต่อ 2 รุ่น ซึ่งแพทย์ที่เข้าร่วมได้นำองค์ความรู้และทักษะไปใช้เพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อได้ดีขึ้น นอกจากนั้นกระบวนการดังกล่าวได้ถูกนำไปผนวกในการจัดอบรมผู้จัดการระบบเพื่อสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และสามารถจัดการโรคไม่ติดต่อได้อย่างเป็นระบบ ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ท่านได้สร้างมาตรฐานงานวิ่งปลอดภัยและระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนเหตุการณ์ อันประกอบด้วย ส่วนการคัดกรองความเสี่ยงนักวิ่ง มาตรฐานการจัดงานและการแพทย์ และการเฝ้าระวังเหตุการณ์และสอบสวนโรค จากการค้นหาและรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์การหมดสติและเสียชีวิตขณะวิ่ง ในลักษณะต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์ จนเกิดผลลัพธ์มีเครื่องมือ คู่มือ และระบบการเฝ้าระวังเหตุการณ์ และการสอบสวนโรค ที่ได้รับการยอมรับและประกาศให้เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่มีความสำคัญสูงที่ต้องรายงาน DCIR, เกิดกระแส และความต้องการการจัดงานวิ่งปลอดภัยในหลายภาคส่วน, ได้มาตรฐาน และเผยแพร่ทั่วประเทศ
"ข้าพเจ้าภาคภูมิใจที่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่ให้ความสำคัญทั้งด้านวิชาการและคุณค่าทางสังคม การได้เรียนรู้ร่วมกับอาจารย์และเพื่อนจากหลากหลายสาขาทำให้ข้าพเจ้าได้พัฒนาวิธีคิดที่เป็นระบบ รอบด้าน และมีเหตุผล พร้อมกับเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพและเคารพความแตกต่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานในปัจจุบัน ข้าพเจ้ารู้สึกผูกพันกับมหิดลในฐานะชุมชนที่ประกอบด้วยผู้คนที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคม ผ่านการวิจัย การบริการ และการทำงานเชิงสร้างสรรค์ในหลายมิติ แม้จะสำเร็จการศึกษาแล้ว ค่านิยมและแนวทางคิดจากสถาบันยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ข้าพเจ้าปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ มีคุณธรรม และมุ่งหวังให้ผลลัพธ์เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ข้าพเจ้าภูมิใจเสมอที่ได้เป็นศิษย์เก่ามหิดล และมุ่งมั่นที่จะรักษาชื่อเสียงและคุณค่าของสถาบันผ่านการทำงานในหน้าที่ต่อไป" คือความภาคภูมิใจที่มีต่อมหาวิทยาลัยมหิดลของดร.นพ.อรรถเกียรติ กาญจนพิบูลวงศ์
#MahidolUniversityNotableAlumni

2021: Doctor Of Philosophy (Health Technology Assessment), Faculty Of Graduate Studies
2003 :Doctor Of Medicine, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital

อ่านเรื่องราว

คุณ
ศักดิ์ศิลป์
ตุลาธร

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสร้างสังคมแรงงานให้ปลอดภัย :
คุณศักดิ์ศิลป์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในภาครัฐเรื่องการอุทิศตนเพื่อขับเคลื่อนและยกระดับงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันนโยบาย “Safety Thailand” เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานของประเทศ ผ่านกลไกหลัก 3 ประการ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยอย่างเข้มแข็ง การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่หน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่เข้มแข็งครอบคลุมทุกภาคส่วน ส่งผลให้สถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่ก่อให้เกิดคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติ อาทิ โครงการ “Safe Transport Safe Life” และการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จนประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลบริการภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2566 อีกทั้งยังมีบทบาทโดดเด่นในการผลักดันให้ประเทศไทยให้การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 155 ว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พ.ศ. 2524 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานแรงงานไทย สร้างความเชื่อมั่น และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.ดร.
นวลจันทร์
จุฑาภักดีกุล

ผู้ขับเคลื่อนการศึกษาและพัฒนาเด็กปฐมวัยเชิงบวก :
รศ.ดร.นวลจันทร์เป็นนักประสาทวิทยาศาสตร์ผู้ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สมองในการสอนและการดูแลเด็กปฐมวัย ท่านเป็นหัวหน้าทีมวิจัยพัฒนาคู่มือประเมินและส่งเสริม Executive Function (EF) สำหรับครู ที่ยกระดับมาตรฐานการประเมินและพัฒนาทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย สร้างความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชนจนได้รับประกาศเกียรติคุณจาก ป.ป.ส. เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดตั้งแต่วัยเด็ก เป็นผู้เชี่ยวชาญในโครงการพัฒนาเอกสารสมรรถนะเด็กปฐมวัยของ UNICEF และเป็นที่ปรึกษาด้าน Brain Science and Education ให้กับสำนักงานการศึกษานานาชาติ (International Bureau of Education, UNESCO) เผยแพร่บทความวิชาการเกี่ยวกับสมองและการเรียนรู้ในระดับนานาชาติ จึงเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลในด้านความเป็นเลิศทางวิชาการและงานวิจัยและสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
“ข้าพเจ้ามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยเฉพาะการศึกษาด้าน Neuroscience ในระดับบัณฑิตศึกษา ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ตลอดชีวิตในศาสตร์ที่ต้องบูรณาการความรู้หลากหลายสาขาเพื่อเข้าใจสมอง จิตใจและพฤติกรรมอย่างลึกซึ้ง ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมองเด็กในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ข้าพเจ้าจึงสนใจเป็นพิเศษในด้านพัฒนาการสมองและพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่น มหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกเป็นแหล่งรวมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สมองและเป็นสถานที่ที่หล่อหลอมให้ข้าพเจ้าใหมุ่งมั่นศึกษาสร้างสรรค์งานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับนานาชาติ” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.นพ.
สราวุฒิ
บุญสุข

ขับเคลื่อนระบบสุขภาพอย่างเท่าเทียมในกลุ่มเปราะบาง :
ดร.นพ.สราวุฒิมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนโครงการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก (PMTCT) พร้อมทั้งพัฒนาระบบกำกับติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 2 ของโลกและประเทศแรกในอาเซียนที่ประสบความสำเร็จในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก จนได้รับเกียรติบัตรจากองค์การอนามัยโลกในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการ International MCH Handbook ผลักดันให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงคู่มือแม่และเด็กทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพมารดาและทารกทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการ Safe Birth for All ร่วมกับ UNFPA เพื่อขยายบริการทางการแพทย์ไปสู่หญิงตั้งครรภ์กลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ อันนำไปสู่การลดอัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารก ทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องเป็นประเทศต้นแบบในการคุ้มครองสุขภาพกลุ่มเปราะบาง นอกจากนั้น ในช่วงการระบาดของ Covid-19 ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลระบบป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศสามารถกลับมาเรียนได้อย่างปลอดภัยผ่านโครงการ Sandbox Safety Zone in School และโครงการพาน้องกลับมาเรียน อีกทั้งยังมีส่วนผลักดันเชิงนโยบายให้เด็กนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับสิทธิในการสอบและการเรียนอย่างต่อเนื่องโดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นอกจากนั้น ยังพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งปอดโดยเทคนิคการใข้ LDCT ในกลุ่มเสี่ยงในภาคเหนือเพื่อเพิ่มการเข้าถึงนโยบาย “ตรวจคัดกรองเร็ว รักษาเร็ว มะเร็งปอดรักษาได้” เป็นที่ แรกของเขตตรวจราชการสาธารณสุข ซึ่งผลงานทั้งหมดของท่านได้สร้างคุณูปการที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อสังคมทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

“ตลอดระยะเวลาที่ได้ศึกษาที่นี่ ผมไม่เพียงแต่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการ แต่ยังได้เรียนรู้การเป็น "แพทย์ที่จะเป็นผู้สร้างประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์" ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับทำให้ผมสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแล รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เรียนรู้ในสถาบันที่มุ่งมั่นในการแก้ไข ปัญหาสุขภาพของเพื่อนมนุษย์ การเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมหิดล คือความภาคภูมิใจที่อยู่ในใจผมเสมอ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผมทำหน้าที่ของเพื่อประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ต่อไป” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

K.
Saroj
Adhikari

Dedicated researcher advancing health systems :
K. Saroj Adhikari is recognized for significant contributions to public health, environmental health, and health economics through both research and policy engagement. His work has been published in high-impact journals, including Springer Nature, The Lancet, BMJ, MDPI, Frontiers in Health, PLOS, and Environmental Advances. Alongside academic scholarship, the nominee has enriched Nepal’s national health discourse through widely read articles in the country’s leading online health magazine. These achievements build on a career that began after graduating from Mahidol University, where the nominee went on to serve as an Assistant Professor in Nepal and as a Health Officer in the Ministry of Health and Population. Currently a Research Assistant and Teaching Assistant at the University of North Texas, US, the nominee is pursuing a PhD in Health Services with a concentration in Applied Aging and Rehabilitation. His work reflects a profound commitment to enhancing health systems and inspiring the next generation of professionals.
“Mahidol shaped not only my career but my purpose by instilling in me the values of compassion, discipline, and service that guide my work every day. I am proud to be Mahidol, because its spirit of excellence continues to inspire my commitment to improving health and society.” Proud to be Mahidol Alumni by K. Saroj Adhikari

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
พิมพลอย
ไชยราช

ผู้พัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน
คุณพิมพลอยมีผลงานในการพัฒนาและปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลกุดชุม เพื่อแก้ปัญหาค่า TDS ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ถือเป็นการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนมาพัฒนาปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียในโรงพยาบาล ทำให้คุณภาพน้ำผ่านมาตรฐานและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน จากทักษะ Hard Skills และ Soft Skills ที่ได้จากการเรียนทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี การนำองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงตามบริบทและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้สามารถปฏิบัติงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้โรงพยาบาลได้รับรางวัลในมาตรฐานต่าง ๆ ตลอดจนได้มีโอกาสเป็นวิทยากรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด และได้กลับมาแบ่งปันประสบการณ์ต่อรุ่นน้องในวิทยาเขต รวมถึงได้มีโอกาสรับรางวัลบุคลากรดีเด่นด้านงานอนามัยสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
“ข้าพเจ้าภูมิใจที่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ ที่ซึ่งสอนข้าพเจ้าให้มีองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง สถาบันแห่งนี้ไม่ได้สอนแค่วิชาการ ยังสอนการใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีคุณค่า มหิดลสอนให้เรานึกถึงส่วนรวม นึกถึงประโยชน์ของส่วนรวม ปลูกฝังให้เรามีความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบสัมมาอาชีวะ สอนให้เรามีทักษะในการใช้ชีวิตผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนต่าง ๆ รวมไปถึงกิจกรรมอาสาต่าง ๆ แม้จะสำเร็จการศึกษาไปแล้ว อัตลักษณ์และความเป็นมหิดลจะยังคงอยู่กับเราเสมอ ดังพระราชดำรัสของพระราชบิดา ‘ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ’ ” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก คุณพิมพลอย ไชยราช
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.ดร.
ผ่องศรี
ศรีมรกต

พยาบาลต้นแบบเพื่อการควบคุมยาสูบระดับประเทศ :

รองศาสตราจารย์ ดร.ผ่องศรี เป็นนักวิชาการพยาบาลผู้มีบทบาทสำคัญด้านการควบคุมยาสูบของประเทศไทย ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบำบัดรักษาและป้องกันปัญหายาเสพติด ท่านได้อุทิศตนในการพัฒนาความรู้และกิจกรรมควบคุมยาสูบอย่างต่อเนื่อง ผลงานของท่านมีส่วนสำคัญในการลดอัตราการสูบบุหรี่ ป้องกันการเริ่มสูบในเยาวชน และสนับสนุนการเลิกสูบอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนมาตรการระดับประเทศ ด้วยคุณูปการโดดเด่น ท่านได้รับรางวัลสำคัญมากมาย อาทิเช่น รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการควบคุมยาสูบ จากกรมควบคุมโรค รางวัลพยาบาลดีเด่นด้านการควบคุมยาสูบ จากสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย รางวัลธัญญารักษ์อวอร์ดด้านวิชาการบำบัดรักษาผู้เสพติด และรางวัลนักวิจัยเพื่อการควบคุมยาสูบยอดเยี่ยม พ.ศ. 2568 ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงบทบาทและความสำเร็จของท่านในการสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่และส่งเสริมสุขภาพสาธารณะอย่างยั่งยืน
“หลังสำเร็จการศึกษา ได้รับคัดเลือกให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์ที่ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และพยายามศึกษาหาความรู้ และประสบการณ์ต่อยอดพร้อมเป็นทรัพยากรบุคคลในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และคนไทยทุกเพศ ทุกวัย ทุกพื้นที่ มีสุขภาพแข็งแรง” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.ดร.
ชูชาติ
พันธ์สวัสดิ์

นักวิจัยผู้นำสมุนไพรไทยสู่ยาต้านมาลาเรีย :
รศ.ดร.ชูชาติ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกการเกิดโรคมาลาเรียและการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ควบคู่กับการค้นหาพืชสมุนไพร ตำรับยา และสารบริสุทธิ์ที่มีศักยภาพสูงในการต้านเชื้อมาลาเรียอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังศึกษาการจำลองการจับตัวของโมเลกุลจากสารสกัดพืชสมุนไพร พร้อมทั้งพัฒนาสูตรตำรับยาต้านมาลาเรียใหม่เพื่อใช้เป็นยาทางเลือกท่านมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่จัดทำดัชนีในฐานข้อมูล Scopus จำนวน 108 บทความ มี H-index เท่ากับ 20 และได้รับการอ้างอิงรวม 1,362 ครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2568) ด้วยผลงานวิจัยอันโดดเด่น รศ.ดร.ชูชาติได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก (World’s Top 2%) สาขา Tropical Medicine โดย Stanford University อีกทั้งยังได้รับรางวัลสำคัญหลายรางวัล เช่น รางวัล “นักปรสิตวิทยารุ่นใหม่ดีเด่น” จากสมาคมปรสิตวิทยาและอายุรศาสตร์เขตร้อนแห่งประเทศไทย รางวัล อาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัย กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award (สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

“สิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดคือการได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ไปใช้ในการพัฒนาสังคมและชุมชน ทั้งในด้านวิชาชีพและจิตอาสา ชื่อของมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรม ซึ่งผมพร้อมจะรักษาไว้ด้วยความซื่อสัตย์และตั้งใจเสมอ” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก รศ.ดร.ชูชาติ พันธ์สวัสดิ์
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ผศ.ดร.
ฉัตรภา
หัตถโกศล

นวัตกรอาหารสุขภาพและสื่อการเรียนรู้โภชนาการ :
ผศ.ดร.ฉัตรภามีผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ด้วยการนำความรู้ด้านโภชนาการมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบธรรมชาติที่สนับสนุนการมีสุขภาพดีในทุกกลุ่มวัย การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับกลุ่มเฉพาะ เช่น ช่วยให้กลุ่มผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงความรู้ด้านโภชนาการได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สร้างความเข้าใจเรื่องของอาหารของกลุ่มผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง การจัดอาหารสำหรับกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หลายผลงานวิจัยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลจากการแข่งขันนวัตกรรมอาหาร เช่น Food Innopolis Innovation Contest 2020/21 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประโยชน์แก่สังคม
“ในฐานะศิษย์เก่าที่ได้รับโอกาสกลับมาเป็นอาจารย์และทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในชีวิต ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้เรียนรู้และเติบโตจากสถาบันแห่งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงวิชาการ แต่ยังหล่อหลอมให้เข้าใจถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตด้วยจริยธรรมและคุณธรรม ด้วยความสำนึกในบุญคุณของสถาบัน ข้าพเจ้าจึงมุ่งมั่นตอบแทน โดยการส่งต่อองค์ความรู้ คำแนะนำ และแนวทางชีวิตแก่นักศึกษารุ่นหลัง เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นบุคคลที่พร้อมทั้งความรู้และคุณธรรม” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.นพ.
ยงชัย
นิละนนท์

ผู้ริเริ่ม Mobile Stroke Unit - Stroke One Stop :
รศ.นพ.ยงชัยมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และการเข้าถึงการรักษาในพื้นที่ห่างไกลด้วย Mobile Stroke Unit - Stroke One Stop (MSU-SOS) ประกอบด้วยรถที่ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ยาที่จำเป็น ร่วมกับการใช้ระบบปรึกษาทางไกลผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ต 4G/5G สื่อสารกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตัดสินใจให้ยาสลายลิ่มเลือดบนรถ และส่งต่อเพื่อเปิดหลอดเลือดสมองโดยใช้สายสวนได้ทันที เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ครอบคลุมพื้นที่ในจุดห่างไกลในภาคต่างๆ ปัจจุบันได้ให้บริการผู้ป่วยไปแล้วกว่า 2,700 ราย พบว่าสามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการวินิจฉัย เพิ่มโอกาสการได้รับยาสลายลิ่มเลือด ลดอัตราความพิการ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษา ต่อยอดสู่โครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ในพื้นที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันให้ประเทศไทย สู่ความเป็นผู้นำทางการแพทย์ ขยายตลาดนวัตกรรมการแพทย์ เช่น การผลิตและให้บริการ Mobile Stroke Unit ในระดับภูมิภาคและระดับโลก
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว