โทรติดต่อ:
ผศ.ดร.
นันทกานต์
มณีจักร

ผสมผสานความรู้ทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาพยาบาล :
ผศ.ดร.นันทกานต์ ได้รับการปลูกฝังตามค่านิยม MAHIDOL Core values อันมุ่งประโยชน์เพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น โดยนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดลไปใช้เพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย เพื่อพัฒนาอาจารย์พยาบาล นักศึกษาพยาบาล และพยาบาลวิชาชีพให้มีความสามารถทางด้านสารสนเทศทางการพยาบาล ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาเข้ากับศาสตร์ทางการพยาบาลเพื่อพัฒนาการศึกษาพยาบาลและการปฏิบัติทางการพยาบาลให้มีความก้าวหน้า ผ่านผลงานการเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการบูรณาการให้แก่องค์กรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีการตีพิมพ์งานวิจัยในระดับชาติและนานาชาติเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากค่านิยมดังกล่าวแล้ว ท่านยังทำงานด้วยความยึดมั่นในพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind” ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ น้อมนำมาใช้เป็นปณิธานในการทำงานและถ่ายทอดไปสู่นักศึกษาพยาบาลทุกหลักสูตรอีกด้วย

“มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นทั้งสถานที่ ที่ให้ความรู้ ให้อาชีพ ให้โอกาสในการศึกษาต่อและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสศึกษาในสถาบันที่มีชื่อเสียงมีสภาพแวดล้อมที่ดี เต็มไปด้วยอาจารย์ที่มีความเอื้ออาทร และเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรที่คอยส่งเสริมและผลักดันให้ข้าพเจ้ามีความก้าวหน้าอยู่เสมอ” คือความภาคภูมิใจที่มีต่อมหาวิทยาลัยมหิดลของผศ.ดร.นันทกานต์ มณีจักร

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

นพ.
ชวนนท์
อิ่มอาบ

ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย “โรงพยาบาล 4 ดี” :
นพ.ชวนนท์ได้ใช้ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหิดลในเรื่องการจัดการสาธารณสุข มาบริหารจัดการองค์กรในตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดออกมาเป็นแนวทางนโยบายในการสร้างและพัฒนาสถานพยาบาล (โรงพยาบาล) ที่ดี เป็นที่พึ่งของประชาชนที่มารับบริการ จึงออกมาเป็นนโยบาย 4 ดี ใช้กับทุกโรงพยาบาลและใช้กับทุกที่ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร โดยนโยบาย 4 ดี ประกอบด้วย 4 ด้าน ดังนี้ 1) สิ่งแวดล้อมดี คือการที่โรงพยาบาลมีเรื่องอาคารสถานที่ที่สวยงาม มีความร่มรื่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2) คุณภาพดี คือการที่โรงพยาบาลดำเนินกิจกรรมหลักของความเป็นโรงพยาบาล ในเรื่องของการส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟู เป็นอย่างดี มีผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่ดีขึ้น 3) การบริการที่ดี คือ การที่เจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลผู้มารับบริการในโรงพยาบาล พูดจาดี มีความยิ้มแย้ม มีจิตบริการ (Service Mind)  4) การบริหารจัดการที่ดี คือ การบริหารจัดการทรัพยากร คือ คน เงิน และของ ให้เกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพ

“เป็นโอกาสที่ดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านการแพทย์ การสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยเฉพาะการได้เรียนในสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน หลักสูตรการจัดการสาธารณสุขมูลฐานมหาบัณฑิต (นานาชาติ) ข้าพเจ้าได้นำเอาหลักความคิดและความรู้ที่ได้จากปริญญาใบนี้มาใช้ในงานที่ทำอยู่จริง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการรวมทั้งระบบสุขภาพปฐมภูมิ ทำให้งานต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จและที่สำคัญส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบดูแล รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นศิษย์มหิดลที่ซึ่งให้ปัญญาแก่ข้าพเจ้าในการทำสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศชาติ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดลที่ซึ่งเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” มา ณ ที่นี้” คือความภาคภูมิใจที่มีต่อมหาวิทยาลัยมหิดลของนพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.นพ.
อรรถเกียรติ
กาญจนพิบูลวงศ์

ผู้บุกเบิกระบาดวิทยา NCDs และนวัตกรรมป้องกันโรค :
ดร.นพ.อรรถเกียรติเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการทางระบาดวิทยาสำหรับโรคไม่ติดต่อ ซึ่งจากเดิมนั้นระบาดวิทยามีพื้นฐานจากโรคติดต่อเป็นหลัก ท่านได้พัฒนากระบวนการและกรอบแนวคิดด้านระบาดวิทยาเพื่อใช้สำหรับการจัดการโรคไม่ติดต่อ โดยประยุกต์แนวคิดทฤษฎีพื้นฐานทางระบาดวิทยา องค์ความรู้และกลไกการเกิดโรคไม่ติดต่อที่มีบริบทเฉพาะตัว ทฤษฎี Socio-Ecological Model ทิศทางนโยบายระดับโลก Life Course Approach, Setting Approach, Health Service System, Data Management และความเข้าใจในปัญหาอุปสรรคของผู้ที่ทำงานด้านโรคไม่ติดต่อ แสวงหาภาคีเพื่อร่วมขับเคลื่อนทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการเฝ้าระวังเหตุการณ์สำหรับโรคไม่ติดต่อ หลักสูตรและกระบวนการดังกล่าวถูกสร้างเป็นเนื้อหาหลักสูตรที่ผนวกอยู่ใน Field Epidemiology Training Program ที่เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันแขนงระบาดวิทยา นอกจากนั้นท่านยังพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น 6-8 เดือนสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านโรคไม่ติดต่อทั้งนักวิชาการสาธารณสุข และพยาบาล รวมถึงหลักสูตรสำหรับแพทย์ผู้ดูแลงานโรคไม่ติดต่อ 2 รุ่น ซึ่งแพทย์ที่เข้าร่วมได้นำองค์ความรู้และทักษะไปใช้เพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อได้ดีขึ้น นอกจากนั้นกระบวนการดังกล่าวได้ถูกนำไปผนวกในการจัดอบรมผู้จัดการระบบเพื่อสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และสามารถจัดการโรคไม่ติดต่อได้อย่างเป็นระบบ ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ท่านได้สร้างมาตรฐานงานวิ่งปลอดภัยและระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนเหตุการณ์ อันประกอบด้วย ส่วนการคัดกรองความเสี่ยงนักวิ่ง มาตรฐานการจัดงานและการแพทย์ และการเฝ้าระวังเหตุการณ์และสอบสวนโรค จากการค้นหาและรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์การหมดสติและเสียชีวิตขณะวิ่ง ในลักษณะต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์ จนเกิดผลลัพธ์มีเครื่องมือ คู่มือ และระบบการเฝ้าระวังเหตุการณ์ และการสอบสวนโรค ที่ได้รับการยอมรับและประกาศให้เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่มีความสำคัญสูงที่ต้องรายงาน DCIR, เกิดกระแส และความต้องการการจัดงานวิ่งปลอดภัยในหลายภาคส่วน, ได้มาตรฐาน และเผยแพร่ทั่วประเทศ
"ข้าพเจ้าภาคภูมิใจที่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่ให้ความสำคัญทั้งด้านวิชาการและคุณค่าทางสังคม การได้เรียนรู้ร่วมกับอาจารย์และเพื่อนจากหลากหลายสาขาทำให้ข้าพเจ้าได้พัฒนาวิธีคิดที่เป็นระบบ รอบด้าน และมีเหตุผล พร้อมกับเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพและเคารพความแตกต่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานในปัจจุบัน ข้าพเจ้ารู้สึกผูกพันกับมหิดลในฐานะชุมชนที่ประกอบด้วยผู้คนที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคม ผ่านการวิจัย การบริการ และการทำงานเชิงสร้างสรรค์ในหลายมิติ แม้จะสำเร็จการศึกษาแล้ว ค่านิยมและแนวทางคิดจากสถาบันยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ข้าพเจ้าปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ มีคุณธรรม และมุ่งหวังให้ผลลัพธ์เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ข้าพเจ้าภูมิใจเสมอที่ได้เป็นศิษย์เก่ามหิดล และมุ่งมั่นที่จะรักษาชื่อเสียงและคุณค่าของสถาบันผ่านการทำงานในหน้าที่ต่อไป" คือความภาคภูมิใจที่มีต่อมหาวิทยาลัยมหิดลของดร.นพ.อรรถเกียรติ กาญจนพิบูลวงศ์
#MahidolUniversityNotableAlumni

2021: Doctor Of Philosophy (Health Technology Assessment), Faculty Of Graduate Studies
2003 :Doctor Of Medicine, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital

อ่านเรื่องราว

ดร.นพ.
สราวุฒิ
บุญสุข

ขับเคลื่อนระบบสุขภาพอย่างเท่าเทียมในกลุ่มเปราะบาง :
ดร.นพ.สราวุฒิมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนโครงการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก (PMTCT) พร้อมทั้งพัฒนาระบบกำกับติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 2 ของโลกและประเทศแรกในอาเซียนที่ประสบความสำเร็จในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก จนได้รับเกียรติบัตรจากองค์การอนามัยโลกในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการ International MCH Handbook ผลักดันให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงคู่มือแม่และเด็กทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพมารดาและทารกทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการ Safe Birth for All ร่วมกับ UNFPA เพื่อขยายบริการทางการแพทย์ไปสู่หญิงตั้งครรภ์กลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ อันนำไปสู่การลดอัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารก ทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องเป็นประเทศต้นแบบในการคุ้มครองสุขภาพกลุ่มเปราะบาง นอกจากนั้น ในช่วงการระบาดของ Covid-19 ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลระบบป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศสามารถกลับมาเรียนได้อย่างปลอดภัยผ่านโครงการ Sandbox Safety Zone in School และโครงการพาน้องกลับมาเรียน อีกทั้งยังมีส่วนผลักดันเชิงนโยบายให้เด็กนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับสิทธิในการสอบและการเรียนอย่างต่อเนื่องโดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นอกจากนั้น ยังพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งปอดโดยเทคนิคการใข้ LDCT ในกลุ่มเสี่ยงในภาคเหนือเพื่อเพิ่มการเข้าถึงนโยบาย “ตรวจคัดกรองเร็ว รักษาเร็ว มะเร็งปอดรักษาได้” เป็นที่ แรกของเขตตรวจราชการสาธารณสุข ซึ่งผลงานทั้งหมดของท่านได้สร้างคุณูปการที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อสังคมทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

“ตลอดระยะเวลาที่ได้ศึกษาที่นี่ ผมไม่เพียงแต่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการ แต่ยังได้เรียนรู้การเป็น "แพทย์ที่จะเป็นผู้สร้างประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์" ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับทำให้ผมสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแล รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เรียนรู้ในสถาบันที่มุ่งมั่นในการแก้ไข ปัญหาสุขภาพของเพื่อนมนุษย์ การเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมหิดล คือความภาคภูมิใจที่อยู่ในใจผมเสมอ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผมทำหน้าที่ของเพื่อประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ต่อไป” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

K.
Saroj
Adhikari

Dedicated researcher advancing health systems :
K. Saroj Adhikari is recognized for significant contributions to public health, environmental health, and health economics through both research and policy engagement. His work has been published in high-impact journals, including Springer Nature, The Lancet, BMJ, MDPI, Frontiers in Health, PLOS, and Environmental Advances. Alongside academic scholarship, the nominee has enriched Nepal’s national health discourse through widely read articles in the country’s leading online health magazine. These achievements build on a career that began after graduating from Mahidol University, where the nominee went on to serve as an Assistant Professor in Nepal and as a Health Officer in the Ministry of Health and Population. Currently a Research Assistant and Teaching Assistant at the University of North Texas, US, the nominee is pursuing a PhD in Health Services with a concentration in Applied Aging and Rehabilitation. His work reflects a profound commitment to enhancing health systems and inspiring the next generation of professionals.
“Mahidol shaped not only my career but my purpose by instilling in me the values of compassion, discipline, and service that guide my work every day. I am proud to be Mahidol, because its spirit of excellence continues to inspire my commitment to improving health and society.” Proud to be Mahidol Alumni by K. Saroj Adhikari

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.ดร.
ผ่องศรี
ศรีมรกต

พยาบาลต้นแบบเพื่อการควบคุมยาสูบระดับประเทศ :

รองศาสตราจารย์ ดร.ผ่องศรี เป็นนักวิชาการพยาบาลผู้มีบทบาทสำคัญด้านการควบคุมยาสูบของประเทศไทย ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบำบัดรักษาและป้องกันปัญหายาเสพติด ท่านได้อุทิศตนในการพัฒนาความรู้และกิจกรรมควบคุมยาสูบอย่างต่อเนื่อง ผลงานของท่านมีส่วนสำคัญในการลดอัตราการสูบบุหรี่ ป้องกันการเริ่มสูบในเยาวชน และสนับสนุนการเลิกสูบอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนมาตรการระดับประเทศ ด้วยคุณูปการโดดเด่น ท่านได้รับรางวัลสำคัญมากมาย อาทิเช่น รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการควบคุมยาสูบ จากกรมควบคุมโรค รางวัลพยาบาลดีเด่นด้านการควบคุมยาสูบ จากสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย รางวัลธัญญารักษ์อวอร์ดด้านวิชาการบำบัดรักษาผู้เสพติด และรางวัลนักวิจัยเพื่อการควบคุมยาสูบยอดเยี่ยม พ.ศ. 2568 ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงบทบาทและความสำเร็จของท่านในการสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่และส่งเสริมสุขภาพสาธารณะอย่างยั่งยืน
“หลังสำเร็จการศึกษา ได้รับคัดเลือกให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์ที่ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และพยายามศึกษาหาความรู้ และประสบการณ์ต่อยอดพร้อมเป็นทรัพยากรบุคคลในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และคนไทยทุกเพศ ทุกวัย ทุกพื้นที่ มีสุขภาพแข็งแรง” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ผศ.ดร.
ฉัตรภา
หัตถโกศล

นวัตกรอาหารสุขภาพและสื่อการเรียนรู้โภชนาการ :
ผศ.ดร.ฉัตรภามีผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ด้วยการนำความรู้ด้านโภชนาการมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบธรรมชาติที่สนับสนุนการมีสุขภาพดีในทุกกลุ่มวัย การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับกลุ่มเฉพาะ เช่น ช่วยให้กลุ่มผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงความรู้ด้านโภชนาการได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สร้างความเข้าใจเรื่องของอาหารของกลุ่มผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง การจัดอาหารสำหรับกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หลายผลงานวิจัยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลจากการแข่งขันนวัตกรรมอาหาร เช่น Food Innopolis Innovation Contest 2020/21 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประโยชน์แก่สังคม
“ในฐานะศิษย์เก่าที่ได้รับโอกาสกลับมาเป็นอาจารย์และทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในชีวิต ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้เรียนรู้และเติบโตจากสถาบันแห่งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงวิชาการ แต่ยังหล่อหลอมให้เข้าใจถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตด้วยจริยธรรมและคุณธรรม ด้วยความสำนึกในบุญคุณของสถาบัน ข้าพเจ้าจึงมุ่งมั่นตอบแทน โดยการส่งต่อองค์ความรู้ คำแนะนำ และแนวทางชีวิตแก่นักศึกษารุ่นหลัง เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นบุคคลที่พร้อมทั้งความรู้และคุณธรรม” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.นพ.
ยงชัย
นิละนนท์

ผู้ริเริ่ม Mobile Stroke Unit - Stroke One Stop :
รศ.นพ.ยงชัยมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และการเข้าถึงการรักษาในพื้นที่ห่างไกลด้วย Mobile Stroke Unit - Stroke One Stop (MSU-SOS) ประกอบด้วยรถที่ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ยาที่จำเป็น ร่วมกับการใช้ระบบปรึกษาทางไกลผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ต 4G/5G สื่อสารกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตัดสินใจให้ยาสลายลิ่มเลือดบนรถ และส่งต่อเพื่อเปิดหลอดเลือดสมองโดยใช้สายสวนได้ทันที เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ครอบคลุมพื้นที่ในจุดห่างไกลในภาคต่างๆ ปัจจุบันได้ให้บริการผู้ป่วยไปแล้วกว่า 2,700 ราย พบว่าสามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการวินิจฉัย เพิ่มโอกาสการได้รับยาสลายลิ่มเลือด ลดอัตราความพิการ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษา ต่อยอดสู่โครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ในพื้นที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันให้ประเทศไทย สู่ความเป็นผู้นำทางการแพทย์ ขยายตลาดนวัตกรรมการแพทย์ เช่น การผลิตและให้บริการ Mobile Stroke Unit ในระดับภูมิภาคและระดับโลก
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ศ.นพ.
อภิชาติ
อัศวมงคลกุล

คณบดีของสถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน :
ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาตดำรงตำแหน่งคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2565 เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด (พ.ศ.2562-2565) รองคณบดีฝ่ายบริหาร 2 วาระ โดยในครั้งแรกดำรงตำแหน่งในสมัยที่ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ เป็นคณบดี (พ.ศ.2550-2554) และในสมัยที่ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดี (พ.ศ.2558-2562) ท่านมีความสนใจด้านการบริหารงานและองค์กร โดยเฉพาะเรื่องการนำองค์กรที่มีหลักธรรมาภิบาล การบริหารจัดการความเสี่ยง และการจัดการธุรกิจให้สามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด สนับสนุนส่งเสริมการสร้างความร่วมมือของส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกับคณะฯ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสามารถนำความรู้และประสพการณ์ใหม่ๆ มาใช้บริหารงานและปรับเปลี่ยนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ สร้างผลสัมฤทธิ์แก่คณะฯ ทำให้คณะฯ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเกิดความยั่งยืน ทำหน้าที่รับผิดชอบคณะแพทย์ที่มีอายุเก่าแก่และมีขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ในปัจจุบันมีโรงพยาบาลในสังกัด จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มีบุคลากรในสังกัดกว่า 22,000 คน ทุกๆ ปีจะมีคนไข้มารับบริการทางการแพทย์กว่า 4.7 ล้านครั้ง คณะฯ มีนักศึกษาทั้งในหลักสูตรปริญญาตรี โท เอก รวมถึงแพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด และแพทย์เฟลโล่ว์ หากรวมทุกหลักสูตรของคณะฯ จะมีนักศึกษากว่า 4,500 คน นอกจากนั้นคณะฯ มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงการดูแลรักษาผู้ป่วยในโรคต่างๆ สร้างผลงานการวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจำนวนมากที่สุดของมหาวิทยาลัยมหิดลและสามารถชี้นำสังคมให้มีผลการรักษาและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดียิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ของคณะฯ คือ “เป็นสถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน ที่สร้างองค์ความรู้และการบริการที่เป็นประโยชน์สุขภาพของโลก” การที่จะทำให้วิสัยทัศน์บรรลุถึงเป้าหมายและเกิดความยั่งยืนได้จำเป็นต้องมีระบบการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามแผนกลยุทธ์ที่ตั้งไว้

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ศ.เกียรติคุณ ดร.พญ.
ศศิธร
ผู้กฤตยาคามี

ผู้นำการวิจัยโรคเขตร้อนเพื่อสุขภาพโลกอย่างยั่งยืน :

ศ.เกียรติคุณ ดร.พญ.ศศิธรได้ปฏิบัติหน้าที่แห่งวิชาชีพด้วยคุณธรรมและจริยธรรมอย่างต่อเนื่องมานานกว่าสามทศวรรษ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งราชบัณฑิตและหัวหน้าหน่วยวิจัยคลินิกบำบัด คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านได้ทำงานด้านบริการวิชาการด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ด้านโรคเขตร้อนและวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลงานทางวิชาชีพที่โดดเด่นและการทุ่มเทเพื่องานบริการวิชาการแก่ส่วนรวมทำให้ท่านได้รับเกียรติคุณและการยกย่องทั้งในและต่างประเทศ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. 2562 ท่านมีผลงานวิจัยระดับโลกที่โดดเด่นด้านการรักษาควบคุมและกำจัดโรคมาลาเรียและโรค COVID-19 การนำองค์ความรู้จากวงการแพทย์ไปประยุกต์ใช้จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับการจัดอันดับเป็นนักวิทยาศาสตร์ 2% แรกของโลกและนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ดีที่สุดประจำปี พ.ศ. 2565 ลำดับที่ 16,453 ของโลกและลำดับที่ 9 ของประเทศไทย จึงนับเป็นต้นแบบศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในการทำคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ เป็นเกียรติยศและชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยมหิดล

“มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่มีวัฒนธรรมที่ยั่งยืนงดงามและมีความเป็นเลิศด้านวิชาการในระดับสากล จวบจนปัจจุบันมหิดลยังคงรักษาเกียรติยศชื่อเสียงและได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่ได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลและได้รับราชการเฉพาะที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เกียรติยศชื่อเสียงและความสำเร็จของข้าพเจ้าตลอดชีวิตการทำงาน กว่า 39 ปี ล้วนเป็นเพราะการหล่อหลอมจากครูบาอาจารย์และการได้รับโอกาสจากมหาวิทยาลัยมหิดล” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ศ.เกียรติคุณ ดร.พญ.ศศิธร ผู้กฤตยาคามี

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว