โทรติดต่อ:
นางสาว
ศิรินทรา
จิตตราวงศ์

นักธุรกิจหญิงผู้นำด้านความยั่งยืนเพื่อชุมชน :
คุณศิรินทราดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2556 โดยรับผิดชอบการดำเนินงานด้านการวางแผนกลยุทธ์ทั้งหมดขององค์กร ทั้งการสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการสินค้า การบริหารจัดการส่วนแบ่งทางการตลาด เป็นหัวหน้าคณะกรรมการด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท วิจัยเพื่อพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรเพื่อมุ่งตอบสนองและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้บริโภค จึงเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของบทบาทสำคัญที่สตรีมีต่อชุมชนธุรกิจ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ไมโครไฟเบอร์อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตฉนวนกันความร้อนใยแก้วแห่งแรกในประเทศไทย เธอได้ขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสำหรับบริษัทด้วยการตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งของการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เธอได้ริเริ่มการใช้วัตถุดิบจากแก้วรีไซเคิล 100% ที่ใช้ Organic Binder เป็นฉนวนกันความร้อนปลอดสารพิษสู่นวัตกรรมที่ยั่งยืนสำหรับโครงการก่อสร้างสีเขียวทั่วประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับสังคมได้เธอจึงอุทิศวันหยุดและเวลาว่างเพื่อเป็นวิทยากรให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
“My diverse experiences have cultivated valuable skills, fostering flexibility and adaptability in working with individuals from diverse backgrounds. I deeply value collaboration and mutual support within our community. The spirit of "Integrity, Freedom, and Courage to do many new things" is deeply ingrained in all graduates of Mahidol University, regardless of their program. We strive to live and work with purpose, not solely focusing on personal gain but also actively seeking opportunities to share our knowledge and support those in need.” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก คุณศิรินทรา จิตตราวงศ์
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร
ดอยธิเบศร์
ดัชนี

ศิลปินไทยผู้เผยแพร่วัฒนธรรมบนเวทีโลก :
ด้วยบทบาทที่หลากหลายของ ดร.ดอยธิเบศร์ ทั้งในฐานะศิลปิน นักบริหาร และนักออกแบบสร้างสรรค์ เขาได้นำองค์ความรู้ด้านศิลปะ ภาษา และวัฒนธรรม มาประยุกต์ใช้สร้างผลงานที่โดดเด่นและเกิดคุณประโยชน์ต่อสังคมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เช่น การพัฒนาพิพิธภัณฑ์บ้านดำ โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น การก่อตั้งโครงการศิลปะระดับชาติและนานาชาติ ได้แก่ Thailand Digital Arts Festival, Immersive Art of Thawan Duchanee, และ Chiangrai Arts Festival ซึ่งเชื่อมโยงศิลปะไทยกับนวัตกรรมดิจิทัลเข้าด้วยกัน การก่อตั้งศูนย์กลางการลงทุนด้านศิลปะและของสะสมล้ำค่าแบบครบวงจร Art Investment Center (AIC) “The Next Level of Passion Investment” ซึ่งได้เชื่อมโยงโลกทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันด้วย The Ultimate Luxury Platforms ซึ่งผลงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการใช้ศิลปะเพื่อพัฒนาสังคมในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ของสังคมและความยั่งยืนในระดับชาติและนานาชาติ

“นับตั้งแต่ได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่เปรียบเสมือนแหล่งบ่มเพาะขัดเกลา ประสิทธิ์ประสาทองค์ความรู้ความสามารถต่าง ๆ ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุด ที่ทำให้ชีวิตของผมพัฒนาและต่อยอดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิต การทำงาน การทำธุรกิจ และการช่วยเหลือสังคม การสร้างโครงการต่าง ๆ ในระดับชาติและระดับนานาชาติ ล้วนแล้วแต่ใช้องค์ความรู้ที่ได้เรียนมาจากมหาวิทยาลัยมหิดลทั้งสิ้น ผมภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์เก่าของสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทุกการสัมภาษณ์ การเป็นที่ปรึกษา การสอนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นับครั้งไม่ถ้วน ผมไม่เคยลืมที่จะพูดยกย่องและประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลที่ทำให้ผมมาถึงวันนี้” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

Dr.
Muhammed
Ashraful Alam

Top hospital admin & research lead in Bangladesh :
Dr. Muhammed Ashraful Alam is a highly accomplished hospital administrator and research coordinator at the largest public hospital in Bangladesh, a 2,600-bed facility. His leadership was particularly evident during the COVID-19 crisis, where he served as the hospital's focal person, managing 700-800 admitted COVID-19 cases daily. He is recognized internationally for his initiatives to address preventive issues and promote behavioral changes that reduce the disease burden through community participation in low- and middle-income countries. He supervises research works at home and abroad. He is to conduct several management and academic training for capacity building for health staff. He has published more than 25 peer-reviewed papers in national and international-level journals. He worked in Africa under the United Nations (UN) as a senior medical officer and got the UN Medal for successful completion. He got research grants from USAID, the Ministry of Health, the Bangladesh Medical Research Council (BMRC), and the WHO. He still working as a research coordinator in a WHO-funded drug trial regarding the prevention of neonatal deaths in premature delivery. He got training in Japan, and China and also visited WHO headquarters at Geneva to share our research findings.

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

ดร.
สุภัชญา
เตชะชูเชิด

ผู้ร่วมก่อตั้ง Refill Station รักษ์โลกที่แรกในไทย :
ดร.สุภัชญาเป็นผู้ริเริ่มการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้สร้างคุณูปการสำคัญต่อความยั่งยืนและการพัฒนาสังคมผ่านผลงานที่มีนวัตกรรมและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในฐานะผู้จัดการสิ่งแวดล้อมอาวุโส มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เธอได้เป็นส่วนสำคัญในโครงการการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้ระบบคาร์บอนเครดิตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Refill Station โดยการนำแนวคิดเรื่อง Circular Economy มาสร้างร้านค้าแบบเติมแห่งแรกในประเทศไทยที่มุ่งลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคนำภาชนะมาเองเพื่อซื้อและเติมผลิตภัณฑ์ เช่น แชมพู น้ำยาล้างจาน และสินค้าอื่น ๆ ดร.สุภัชญาเป็นตัวอย่างของผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในคำสอนที่ว่า “ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ในการเป็นผู้นำและใช้ความสามารถในการผสมผสานการแก้ปัญหาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเข้ากับเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระดับโลก ทำให้เกิดโครงการที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
“มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ใช่เพียงแค่สถานศึกษาที่ให้ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ทุกบทเรียนที่ได้รับจากมหิดลไม่เพียงอยู่ในตำรา แต่ยังสอนให้เรามองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการทำงานเพื่อวิทยาศาสตร์และสังคม ความเป็นมหิดลนี้ไม่สิ้นสุดเมื่อวันสำเร็จการศึกษา เพราะความช่วยเหลือ คำแนะนำ และการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ฉันภูมิใจที่ได้เป็นต้นไม้ที่เติบโตจากรั้วมหิดล และพร้อมจะยังประโยชน์เพื่อคนอื่นดังคำสอนของพระราชบิดา” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
ศิรัส
โชติเวทธำรง

ผู้ผลักดันการแข่งขันผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย :
คุณศิรัสสามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ประกอบกับประสบการณ์ในการทำงาน นำมาประยุกต์ใช้ในการร่วมออกแบบและบริหารการจัดทำโปรแกรมการฝึกอบรมภายในสถาบันไทย-เยอรมัน เพื่อเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยการยกระดับนวัตกรรม เทคโนโลยี และมนุษย์ โดยเฉพาะด้านกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม Robotics เครื่องจักรและแม่พิมพ์ และยังช่วยพัฒนาสมรรถนะและทักษะกำลังบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมผ่านการจัดฝึกอบรมด้านต่าง ๆ เพื่อผลักดัน ช่วยพัฒนา และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมในประเทศสามารถแข่งขันได้ในยุค Industrial 4.0 รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Change Agent)
#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
อริยพร
ลิ้มกมลทิพย์

พยาบาลเหรียญทองการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระดับโลก :
คุณอริยพรเป็นพยาบาลเจ้าของเหรียญทองสาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระดับโลกใน WorldSkills Lyon 2024 ณ เมืองลียง สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คุณอริยพรใช้ทักษะซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประยุกต์ใช้ความรู้ทางการพยาบาลตลอดช่วงระยะเวลาที่เป็นนักศึกษาพยาบาลรามาธิบดี การฝึกซ้อมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติตั้งแต่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จนกระทั่งทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพ และได้รับการฝึกซ้อมโดยคณาจารย์และการสนับสนุนจากโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ฝ่ายการพยาบาลและสหวิชาชีพ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จนกระทั่งได้รับรางวัลดังกล่าวในสาขา Health and Social Care ซึ่งแข่งขันโดยใช้สถานการณ์จำลองในการให้การดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุหลากหลาย เช่น การดูแลผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกที่ Residential Care การเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่ประสบอุบัติเหตุน้ำร้อนลวกเฉียบพลันที่บ้าน การพยาบาลผู้ป่วยที่มี Colostomy ที่โรงพยาบาล และการดูแลผู้ที่เสพติดยา Methadone ที่ Day Care เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลสาขา Best of Nation สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล บ่งชี้ว่าบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และยกระดับมาตรฐานการพยาบาลไทยสู่ระดับเวทีโลกว่าประเทศไทยนั้นมีการเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย
“ภูมิใจเสมอตั้งแต่ได้เข้าศึกษาจนกระทั่งจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับข้าพเจ้ามหิดลไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ แต่มหิดลคือผู้คนที่มีความรัก ความเมตตา มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาองค์กรทั้งด้านสุขภาพ ศาสตร์ศิลป์ และนวัตกรรม เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมและมีอัตลักษณ์ในการมุ่งประโยชน์เพื่อผู้อื่นเสมอ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรของทั้งศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าที่ข้าพเจ้ายึดถือและภูมิใจเสมอมา” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก คุณอริยพร ลิ้มกมลทิพย์

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
ประกาศ
บุตตะมาศ

ผู้มีบทบาทในการจัดร่างมาตรฐานการทำงานระดับประเทศ :
คุณประกาศนำความรู้ทางวิชาการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มาประยุกต์ปรับใช้กับผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มโรงงานปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงโดยมีแนวคิดเน้นที่การป้องกันเป็นสำคัญ เช่น การออกแบบให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น การอบรมให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ด้านความปลอดภัย การกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย การประเมินความเสี่ยง การวางแผนการตรวจสอบด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ รวมถึงใช้เป็นต้นแบบให้ทางราชการ นำไปเป็นตัวอย่างและออกกฎหมายควบคุมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย อาทิ การประเมินความเสี่ยง ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต เป็นต้น นอกจากนี้ ท่านยังมีบทบาทในการจัดร่างมาตรฐานในการทำงานระดับประเทศ เช่น อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ : ชนิดกรองอนุภาค ซึ่งดำเนินการในนามของสมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน (ส.อ.ป.) รวมถึง มีบทบาทในการทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ โครงการนำร่องเพื่อจัดการการระบายสารอินทรีย์ระเหยและไอสารเบนซีน ในนามสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการแหล่งกำเนิดสารอินทรีย์ระเหยและปริมาณเบนซีนในพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานและชุมชนโดยรอบ นำไปสู่การออกแนวทางการปฏิบัติ เพื่อลดผลกระทบสารดังกล่าว ได้แก่ การรายงานการใช้หอเผาทิ้ง มาตรการควบคุมการระเหยไอสารอินทรีย์ระเหยจากการประกอบกิจการ และมาตรการควบคุมการระเหยไอสารอินทรีย์ระเหยจากถังกักเก็บ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาควิชาการ จากความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้ท่านได้รางวัล CEO ดีเด่น (หลักสูตรผู้นำประกอบการ Wellness เพื่อการสร้างชาติ รุ่นที่ 3) จากสถาบันการสร้างชาติ ผลงานของท่านที่ผ่านมาสะท้อนการนำความรู้ไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับทุกคน

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

รศ.ทพ.
บัณฑิต
จิรจริยาเวช

ผู้ขับเคลื่อนหลักสูตรทันตแพทย์สู่มาตรฐาน AUN-QA :
รศ.ทพ.บัณฑิตเป็นผู้บริหารระดับสูงของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นกรรมการชุดต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกส่วนงาน ซึ่งมีส่วนผลักดันนโยบายของชาติ ท่านเป็นผู้ผลักดันหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยมหิดลให้ได้การรับรอง AUN-QA เป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทย ส่งผลให้ทันตแพทย์ที่จบจากหลักสูตรนี้มีคุณภาพระดับสากล ท่านได้มีโอกาสเป็นประธานกรรมการบริหารศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม (ศปท.) จึงได้เป็นส่วนสำคัญในการคัดกรองทันตแพทย์ที่จบจากสถาบันภาครัฐและเอกชนให้มีมาตรฐานวิชาชีพตามที่ทันตแพทยสภากำหนดเพื่อให้ผู้มารับบริการทางทันตกรรมได้รับบริการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยพัฒนาและจัดการวางยุทธศาสตร์ให้ ศปท. มีระบบการสอบใบประกอบวิชาชีพทันตกรรม (National License) ที่ใช้เทคโนโลยี Cloud Based สอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถจัดการสอบกระจายได้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการสอบของทันตแพทยสภามาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความโดดเด่นด้าน Altruism และ Leadership ในการทำงานเพื่อสังคม วิชาชีพ และการศึกษา ท่านจึงได้รับรางวัลทันตแพทย์ดีเด่นด้านการบริหารการศึกษาจากงานครบรอบ 30 ปี ทันตแพทยสภา ภายใต้แนวคิด “ทันตแพทยสภาจากอดีตสู่อนาคต”
“มหิดลบ่มเพาะให้เรามี Altruism มีพลัง เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก รศ.ทพ.บัณฑิต จิรจริยาเวช

อ่านเรื่องราว

รศ.ดร.
พูลสุข
เจนพานิชย์ ว...

ผู้สร้างบทบาทพยาบาลแห่งอนาคต :
รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข ใช้ศักยภาพในการริเริ่มทำหลักสูตร Master in Nursing Science (international Program) โดยจัดการเรียนการสอนผสมผสานที่เรียกว่า Hybrid Program ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ลักษณะ Flexi Program 3 หลักสูตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ได้แก่ Double Degree หลักสูตรพยาบาลบัณฑิตระหว่าง Mahidol University และ Daikin University Dual Degree ปริญญาตรี พยาบาลศาสตร์ ควบปริญญา โท ระบาดวิทยาคลินิกเรียนต่อเนื่อง 6 ปี Nursing Accelerated Program สำหรับผู้ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นๆ ที่ต้องการเรียนพยาบาล ใช้เวลา 2-3 ปี โดยการเทียบโอนหน่ายกิต โดนมีการดำเนินการเปิดเรียนไปแล้ว 3 รุ่น ทั้งนี้ท่านยังสร้างหลักสูตร Double Degree พยาบาลศาสตร์บัณฑิต ระหว่าง โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยคุณหมิง ประเทศจีน เป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดการสอนรูปแบบนี้ เพื่อเป็นรูปแบบความร่วมมือทางการศึกษาพยาบาลกับนานาชาติ นอกจากได้วางแผนเปิดหลักสูตรนานาชาติให้กับนักศึกษาทั่วไปเพื่อรองรับการเป็น medical hub และ global nurse สร้างหลักสูตร Dual Degree ปริญญา โท เอก ระหว่าง มหาวิทยาลัย มหิดล กับ Case Western University ซึงจะเป็นหลักสูตรที่แก้ปัญหารการขาดแคลนอาจารย์พยาบาล และให้มีวิจัยที่มีการสร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวกับ Bio data sciences ริเริ่มให้นักศึกษาที่จบจากหลักสูตรวุฒิบัตรผู้ปฏิบัติการทางพยาบาลขั้นสูง ใช้ความรู้ให้กับพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการดูผู้ป่วยที่ซับซ้อน ท่านเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีได้รับการรับรอง ACEN ตั้งแต่ปี 2022-2028 เป็น 2 สถาบันแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ผลงานด้านการวิจัยของท่านคือ สนับสนุนการทำวิจัยและการตีพิมพ์นานาชาติของอาจารย์พยาบาล ทำให้โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี มีผลงานตีพิมพ์วิจัยนานาชาติเพิ่มขึ้น และรวมทั้งสนับสนุนการหาทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกคณะ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด -19 เป็นที่น่าภูมิใจที่สถาบันการศึกษาพยาบาลได้ออกมาช่วยบริหารจัดการช่วยเหลือประชาชน และเป็นนวัตกรรมให้สถาบันการพยาบาลอื่นนำไปปฏิบัติตาม ได้แก่ ร่วมจัดตั้ง Community Isolation ศูนย์พักคอยสำหรับดูแลตนเองในระบบชุมชนให้กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มอาการสีเขียว ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพานิชยการเจ้าพระยา ซึ่งริเริ่มการวางระบบการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในชุมชนที่บูรณาการระหว่างศักยภาพของชุมชนและศักยภาพคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ตอบรับปัญหาการขาดแคลนเตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามาธิบดี และเป็นรูปแบบในการจัด Community Isolation และออกรายการ ตอบโจทย์ เสียงสะท้อนจาก”คนด่านหน้า” สนามรบ “โควิด-19” เพื่อสะท้อนบทบาทของพยาบาลที่เป็นคนทำงานด่านหน้าในช่วงการแพร่ระบาดให้สังคมรับรู้เปิดหลักสูตรอบรมติดอาวุธนักรบเส้นด้าย เพื่อให้ความรู้แก่อาสาสมัครดูแลผู้ป่วยจากการติดเชื้อ COVID-19 เป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวของประเทศไทยที่เพิ่มศักยภาพและคุณค่าของผู้ติดเชื้อ ลดการตีตราในกลุ่มผู้ติดเชื้อ สอดคล้องกับ SDGs จัดตั้งระบบ สายด่วน COVID-19 Call center ตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19ในระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนที่หลากหลายมากขึ้น โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีได้ขอทุนสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นจำนวนเงิน 9 ล้านบาทเพื่อสร้าง line official account และสร้าง chat bot ดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และมีอาจารย์พยาบาลเข้าไปตอบในช่วงเวลา 16.00 - 20.00 น. ทุกวัน นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีประชาชนมีปัญหาสุขภาพจิต โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ได้จัดทำ Call Center สายด่วนปรึกษาสุขภาพจิต โดยอาจารย์พยาบาลสาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต และจัดทีมอาจารย์พยาบาลโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ไปออกรายการพิเศษ Thai PBS สู้โควิด-19 เป็นรายการสด เพื่อไปให้ความรู้แก่ประชาชน เป็นเวลา 3 เดือน จากการที่อาจารย์พยาบาลได้ส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ทำให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของประชาชนที่มีผลในวงกว้าง อีกทั้งทำให้บุคลากรปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานสื่อสารข้อมูลสุขภาพที่ใช้สื่อสังคมเป็นช่องทาง และยังเป็นต้นแบบให้กับสถาบันทางการศึกษาพยาบาลอีกหลายแห่งในการปรับวิธีการสื่อสารข้อมูลทางสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป ทั้งยังทำให้บุคลากรในองค์กรมีการปรับตัวกับสถานการณ์การระบาดอย่างสร้างสรรค์ นับได้ว่าเป็นองค์กรหนึ่งทีมีความเป็น Agility ต่อสถานการณ์วิฤตได้ดี

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว

คุณ
ศรวณีย์
พรมเสน

ผู้ดำเนินรายการด้านการเงินการลงทุนมากประสบการณ์ :

คุณศรวณีย์ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ, พิธีกรด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน และการวางแผนการเงินมาเป็นระยะเวลา 12 ปี ได้นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ทักษะภาษาไทยจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลไปใช้ครบทุกด้าน โดยเฉพาะหลักการคิดวิเคราะห์ข้อมูลผนวกกับศิลปะทางภาษาไทยพร้อมด้วยทักษะการทำหน้าที่พิธีกรที่ตั้งใจลงเรียนครบทุกวิชาที่เกี่ยวกับการพูด เพื่อจัดการข้อมูลที่มี ร้อยเรียงสร้างสรรค์ใหม่ แล้วถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่เข้าถึงและเข้าใจง่าย นอกจากนี้การเลือกใช้คำ การหยิบโยงประเด็นจะต้องสัมพันธ์และสะท้อนให้เกิดการนำไปต่อยอดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและการกระทำพฤติกรรมของผู้รับสารด้วย เช่น การทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการด้านวางแผนการเงินนอกจากจะรายงานข้อเท็จจริงแล้ว จะต้องวิเคราะห์ ต่อยอดข้อมูลเหล่านั้น ถ่ายทอดออกมาให้เกิดผลลัพธ์  เกิดจุดเปลี่ยนของผู้ฟังเสมือนยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของผู้ฟังให้ดีขึ้น โดยทำงานภายใต้การดำเนินการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย องค์กรด้านตลาดเงิน และตลาดทุนของประเทศไทย จนได้รับการคัดเลือกให้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่นด้านสื่อสารมวลชน ประจำปี 2567 จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

“มหาวิทยาลัยมหิดล คือสถาบันผู้ให้วิชาได้เลี้ยงชีพ ผู้มอบสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

พร้อมคณาจารย์ผู้ประศาสน์ความรู้และมอบความปรารถนาดีแก่ลูกศิษย์ที่ถึงแม้จะจบการศึกษาไปแล้วก็ยังไม่ขาดการติดต่อให้ความช่วยเหลือสนับสนุนในทุกด้าน ทุกอย่างได้หล่อหลอมให้ศิษย์เก่าคนนี้ภาคภูมิใจในชีวิตและการทำงานในวิชาชีพสื่อสารมวลชนเสมอมาจวบจนปัจจุบันและตลอดไป

ดังพระราชปณิธาน พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ‘ความสำเร็จที่แท้จริงมิใช่อยู่ที่การเรียนรู้เท่านั้น แต่อยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ’” ความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลจาก คุณศรวณีย์ พรมเสน

#MahidolUniversityNotableAlumni

อ่านเรื่องราว